ไม่ใช่หรือ?
แต่นอกจากคำอธิบายนี้แล้ว ก็เหมือนจะไม่มีคำอธิบายอื่นที่เหมาะสมไปกว่านี้อีกแล้วเหมือนกัน
“สมกับเป็นลูกของสองคนนั้นจริงๆ…” สุดท้ายพวกเขาก็ได้แต่กล่าวเช่นนี้ด้วยความรู้สึกทอดถอนใจ
ส่วนครูที่ปรึกษาหลินเฟิงที่อยู่ด้านข้างนั้น ไม่ได้พูดอะไรเลยตั้งแต่ต้นจนจบ สีหน้าบูดบึ้ง เพราะสถานการณ์เช่นนี้มันแตกต่างจากที่เขาคิดเอาไว้โดยสิ้นเชิง
เสียงดังฮือฮารอบๆ เวทีดังกระจายออกไปเป็นระลอกราวกับคลื่น
ซ่งอวิ๋นเฟิงที่อยู่บนเวทีมีสีหน้าบูดบึ้งจนน่ากลัว จ้องเขม็งไปที่หลี่ลั่วอย่างดุร้าย อยากจะพุ่งเข้าไปโจมตีอีกครั้ง แต่พอคิดถึง “วิชากระจกวารี” สุดพิสดารนั่นแล้วก็ต้องหยุดลง
“หลี่ลั่ว เจ้ากล้าโจมตีเข้ามาไหมล่ะ?” ซ่งอวิ๋นเฟิงกัดฟันกล่าว
เขาเองก็รู้ตัวแล้วว่า ดูเหมือนหลี่ลั่วจะใช้ได้แค่วิชา “กระจกวารี” นี่รับมือกับเขาเท่านั้น และตราบใดที่เขาไม่เป็นฝ่ายจู่โจมเข้าไปเองอย่างเต็มกำลัง วิชากระจกวารีของหลี่ลั่วก็ไม่มีประโยชน์อะไร
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่ลั่วก็ส่ายหน้าพร้อมกับหัวเราะออกมา “ข้าไม่กล้า เจ้าก็เข้ามาสิ”
ซ่งอวิ๋นเฟิงโกรธจนตัวสั่น เขาได้รู้ซึ้งแล้วว่าความเดือดดาลกับความอึดอัดคับแค้นใจอย่างแท้จริงมันเป็นอย่างไร