ทั้งที่ความแข็งแกร่งของหลี่ลั่วนั้นด้อยกว่าเขามาก แต่เขากลับถูกวิชากระจกวารีที่เหมือนกับกระดองเต่ามีหนามอันแปลกประหลาดนั่นเล่นงานจนทำอะไรไม่ถูก
แต่ซ่งอวิ๋นเฟิงก็ไม่ใช่คนโง่ เขาค่อยๆ ระงับความโกรธลง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็เริ่มรวบรวมพลังอัตลักษณ์ขึ้นมาอย่างกะทันหันก่อนจะยิงออกไปอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้ เขากลับกดพลังอัตลักษณ์ของตัวเองเอาไว้
“อย่างไรเสียวิชากระจกวารีนี่ก็เป็นถึงวิชาอัตลักษณ์ระดับสูง การใช้แต่ละครั้งย่อมต้องเผาผลาญพลังอัตลักษณ์ไม่น้อย หากข้าสามารถบังคับให้มันต้องใช้ออกมารับมืออย่างต่อเนื่องได้ละก็ อีกไม่นานพลังอัตลักษณ์ของเจ้าก็จะหมดลงไปเอง เมื่อถึงตอนนั้นหากไร้วิชากระจกวารีแล้ว เจ้าก็ไม่ต่างอะไรกับสุนัขล่าเนื้อที่ไร้เขี้ยวเล็บ ไม่น่ากลัวอีกต่อไป”
การโจมตีของซ่งอวิ๋นเฟิง หลี่ลั่วเองก็สัมผัสได้เหมือนกันว่าอีกฝ่ายกดพลังเอาไว้ เมื่อลองคิดดูครู่หนึ่งก็รู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่
“ฉลาดใช้ได้นี่”
“แต่หากเจ้ากดพลังเอาไว้แบบนี้ ข้าจะยังต้องกลัวเจ้าอีกหรือ?”
หลี่ลั่วยิ้มกล่าว เหตุผลที่ซ่งอวิ๋นเฟิงแข็งแกร่งเป็นเพราะเขามีพลังอัตลักษณ์ที่แข็งแกร่ง แต่ตอนนี้เขากลับเลือกที