เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อไช่เวยเห็นหลี่ลั่วที่ตื่นแต่เช้า ก็พบว่าเขามีรอยคล้ำใต้ตาเล็กน้อย สีหน้าท่าทางดูอ่อนล้า เหมือนคนไม่ค่อยได้นอน
“เป็นอะไรไป? นอนไม่หลับหรือ?” ไช่เวยถามด้วยความเป็นห่วง
หลี่ลั่วส่ายหน้า ยิ้มกล่าว “ช่วงนี้ต้องเข้าร่วมการสอบซ้อมของวิทยาลัย เลยรู้สึกกดดันเล็กน้อย”
เขาไม่ได้บอกเรื่องที่ต้องประลองกับซ่งอวิ๋นเฟิงในวันนี้ออกไป ซึ่งก็ไม่มีความจำเป็น
ไช่เวยพยักหน้า ใบหน้ารูปไข่อันงดงามไร้ที่ติเผยรอยยิ้มให้กำลังใจ “พยายามเข้า เจ้าต้องทำได้แน่”
“จริงสิ เมื่อวานนี้เหยียนหลิงชิงถามถึงเจ้าด้วย นางบอกว่าเจ้าไม่ได้ไปที่เรือนซีหยาง”
หลี่ลั่วตักโจ๊กเข้าปากหลายคำอย่างรวดเร็ว “รอสอบเสร็จก่อน ข้าก็จะไปทุ่มเทให้กับทางเรือนซีหยางอย่างเต็มที่ หากพี่หลิงชิงคิดถึงข้าละก็ เมื่อถึงตอนนั้นข้าจะไปอยู่เป็นเพื่อนบ่อยๆ เอง”
ไช่เวยยิ้มบางๆ กล่าว “ทำไมไม่พูดต่อหน้านางล่ะ?”
“ก็ต้องกลัวถูกตีตายอยู่แล้ว”
หลี่ลั่วกล่าวอย่างตรงไปตรงมา จากนั้นก็รีบกินอย่างรวดเร็วก่อนจะลุกขึ้น ทักทายไช่เวยเล็กน้อยแล้ววิ่งออกไปทันที
ไช่เวยมองตามหลังหลี่ลั่วที่รีบร้อนไปอย่างจนใจ ส่ายหน้าเล็กน้อย จากนั้นก็นั่งกินอาหารเช้าอย่างสง่างามต่อไ