วิทยาลัยไม่มีสิทธิ์ไปซักไซ้เกินเหตุ”
เมื่อได้ยินผู้อำนวยการพูดถึงขนาดนี้แล้ว หลินเฟิงก็พูดอะไรไม่ออกอีก เขาจ้องมองไปที่หลี่ลั่วในสนามด้วยแววตาเป็นประกาย ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังคิดเรื่องอะไรอยู่
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของผู้คน เป้ยคุนที่ตอนนี้มีสีหน้าค่อนข้างย่ำแย่ก็ได้ถือหอกยาวเดินเข้าสู่สนาม
“หลี่ลั่ว ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะปิดบังไว้มิดชิดขนาดนี้ เจ้าคงต้องการใช้การประลองทั้งสามรอบในวันนี้มาพิสูจน์ตัวเองสินะ? แต่ข้าไม่มีวันปล่อยให้เจ้าสมหวังหรอก” เป้ยคุนกล่าวเสียงเย็น
หลี่ลั่วยิ้มกล่าว “บทพูดแบบนี้มันไร้สมองเกินไปหน่อย เจ้าแสดงละครอยู่หรือ?”
ใบหน้าของเป้ยคุนแดงก่ำขึ้นมาทันที จากนั้นก็โกรธเคืองเล็กน้อย “ข้าอยากเห็นจริงๆ ว่าเจ้าจะยังหัวเราะออกได้อีกนานแค่ไหนเชียว!”
เขาก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว พลังอัตลักษณ์พลันพลุ่งพล่านขึ้นมาจากในร่างกาย มีเสียงพยัคฆ์คำรามดังขึ้นมารางๆ และมีบรรยากาศกดดันสายหนึ่งแผ่ออกมาอย่างเลือนรางด้วยเช่นกัน
นั่นคืออัตลักษณ์พยัคฆ์คลั่งทลายภูผาระดับหกของเป้ยคุน อัตลักษณ์นี้ขึ้นชื่อเรื่องความดุดันแข็งกร้าว หากพลังอัตลักษณ์แข็งแกร่งมากพอก็จะมีอานุภาพบดขยี้ภูเขาได้จริงๆ
หลี่ลั่วสั