ะไรบางอย่าง?”
สวีซานเยว่เองก็ตกตะลึงอยู่เช่นกัน แต่เมื่อเขาได้ยินคำพูดของหลินเฟิงแล้วก็ตอบกลับอย่างไม่พอใจทันที “เจ้าพูดอะไรเหลวไหล ถึงหลี่ลั่วจะเคยไร้อัตลักษณ์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาต้องไร้อัตลักษณ์ไปตลอดมิใช่หรือ?”
หลินเฟิงชะงัก ขมวดคิ้วกล่าว “ข้าไม่ได้หมายความอย่างนั้น แต่พวกเราต่างก็รู้อยู่แก่ใจว่า การไร้อัตลักษณ์นั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแต่กำเนิดแล้ว จะมีอัตลักษณ์เพิ่มขึ้นมาหลังกำเนิดได้อย่างไร?”
สวีซานเยว่แค่นเสียงเย็นชา “ที่พวกเรารู้สึกเหลือเชื่อ ก็เป็นเพราะพวกเรามีประสบการณ์น้อยเกินไปต่างหาก”
หลินเฟิงยังคิดจะโต้แย้ง แต่ผู้อำนวยการเฒ่าที่อยู่ด้านหน้าก็เอ่ยพูดขึ้นมาก่อนว่า “ถึงแม้ว่าอัตลักษณ์หลังกำเนิดจะพบเห็นได้ยาก แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เสียทีเดียว ร่ำลือกันว่าสมบัติฟ้าดินในตำนานที่หายากบางอย่างก็มีสรรพคุณราวกับปาฏิหาริย์เช่นนี้อยู่เหมือนกัน”
“บิดามารดาของหลี่ลั่วอาจจะทิ้งสมบัติฟ้าดินเช่นนี้เอาไว้ให้เขาก็ได้ ถึงทำให้เขามีอัตลักษณ์น้ำขึ้นมา”
“ยังไม่ต้องรีบพูดถึงเรื่องพวกนี้ก็ได้ รอให้จบการประลองก่อนค่อยไปถามหลี่ลั่วก็พอแล้ว พวกเรามีหน้าที่แค่สั่งสอนชี้แนะนักศึกษาเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นๆ ทาง