งยิ้มออกมา เอ่ยพูดอย่างไม่อ้อมค้อมว่า “เจ้าคิดว่าตึกสองจะยังหวังชนะอยู่อีกจริงๆ หรือ? พวกมันแค่ขึ้นไปพอไปเป็นพิธีเท่านั้นแหละ”
“ก็จริง” ตี้ฝ่าฉิงหัวเราะออกมา
หลี่ว์ชิงเอ๋อร์จ้องมองไปยังใจกลางสนาม สายตาของนางจับจ้องไปที่หลี่ลั่ว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด แต่นางกลับรู้สึกว่าหลี่ลั่วในวันนี้ดูแตกต่างออกไปจากเดิม
ดังนั้นนางจึงยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “ข้าว่า… มันก็ไม่แน่หรอกนะ”
คำพูดของนางทำให้ตี้ฝ่าฉิง ซ่งอวิ๋นเฟิง และนักศึกษาคนอื่นๆ ของตึกหนึ่งต่างก็ตกตะลึง
ซ่งอวิ๋นเฟิงมองตามสายตาของหลี่ว์ชิงเอ๋อร์ไป ซึ่งก็เห็นหลี่ลั่วเช่นกัน ซึ่งรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าของหลี่ว์ชิงเอ๋อร์ก็ทำให้เขารู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์ขึ้นมา
“ชิงเอ๋อร์ ตอนนี้มันไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ” ซ่งอวิ๋นเฟิงกล่าวอย่างมีเลศนัยด้วยรอยยิ้มเรียบเฉย
หลี่ว์ชิงเอ๋อร์ไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่ยิ้มออกมาเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งรอยยิ้มนี้ของนาง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด กลับทำให้ซ่งอวิ๋นเฟิงเกิดความโมโหขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ขณะเดียวกัน สายตาของเขาที่มองไปทางหลี่ลั่วก็เย็นชาลงเล็กน้อยด้วย
ไอ้เวรนี่ ทั้งๆ ที่ตกต่ำไปขนาดนั้นแล้ว เหตุใดมันยังตามหลอกหลอนไม่เลิกอี