อสนีบาตทะยาน!”
เสียงของเหออวิ๋นราวกับสายฟ้าฟาด ครั้งนี้ เขารวบรวมพลังทั้งหมดไว้ที่กระบี่เล่มนี้ แล้วโจมตีเข้าใส่สวีหยางอย่างถึงชีวิต
“เปรี้ยง!”
ประกายกระบี่รวดเร็วดุจสายฟ้า ปะทะเข้ากับการป้องกันของสวีหยาง เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
ถึงแม้สวีหยางจะสามารถป้องกันการโจมตีครั้งนี้ไว้ได้อย่างฉิวเฉียด แต่พลังอันน่าสะพรึงกลัวนั้นก็ยังซัดเขากระเด็นออกไปราวกับว่าวที่สายป่านขาด
สวีหยางหมุนคว้างอยู่กลางอากาศ ในแววตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจและตกตะลึง เมื่อเขาหยุดลงได้ในที่สุด ก็พบว่าตนเองได้ตกลงไปอยู่นอกลานประลองเสียแล้ว ในชั่วขณะนั้น ทั่วทั้งสนามก็ตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า
“เจ้า… แพ้แล้ว”
เสียงของเหออวิ๋นดังก้องไปทั่วลานประลองที่ว่างเปล่า ราวกับเสียงระฆังที่ตัดสินโชคชะตา ชัดเจนและหนักแน่น เขายืนตัวตรงสง่า ในแววตาเยือกเย็นอย่างยิ่ง ไม่ได้มีความหยิ่งผยองเพราะชัยชนะในการต่อสู้เลยแม้แต่น้อย
“ข้า… บัดซบที่สุด!”
สีหน้าของสวีหยางมืดครึ้มราวกับท้องฟ้าก่อนพายุฝนแทบจะหยดออกมาเป็นน้ำได้ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของคนรอบข้างราวกับคมมีดที่แหลมคม กรีดเฉือนความภาคภูมิใจและศักดิ์ศรีของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า
เขายอมรับว่าตั้งแต่