ในชั่วขณะที่ย่างเท้าเข้าสู่ค่ายหมาป่าอสูร ราวกับได้ทะลุผ่านรอยแยกแห่งกาลเวลา
กลิ่นอายที่ผสมปนเปกันระหว่างความป่าเถื่อนและคาวเลือดโชยปะทะใบหน้า ทำให้ทุกคนอดไม่ได้ที่จะเกร็งเส้นประสาทขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
ณ ลานกว้างที่ถูกอาบไล้ด้วยแสงสุดท้ายของอาทิตย์อัสดง จ่าฝูงหมาป่าอสูรตนหนึ่งยืนตระหง่านดุจขุนเขา ราวกับรูปสลักเหล็กกล้าที่มีชีวิต ทั่วทั้งร่างแผ่ซ่านไอแห่งอำนาจและความแข็งแกร่งที่มิอาจดูแคลนได้ กล้ามเนื้อของมันเป็นมัดๆ ราวกับเถาวัลย์ที่พันรอบต้นไม้โบราณ บ่งบอกถึงพลังทำลายล้างที่ไม่สิ้นสุด ในมือของมันถือกกระบองเขี้ยวหมาป่าขนาดมหึมาที่ประดับด้วยเขี้ยวหมาป่าอันแหลมคมนับไม่ถ้วน กระบองนั้นส่องประกายเย็นเยียบในยามค่ำคืน ราวกับว่าเพียงแค่ฟาดครั้งเดียว ขุนเขาและสายน้ำก็พร้อมจะสั่นสะเทือน
เบื้องหลังจ้าวแห่งถิ่นตนนี้ ยืนเรียงรายไปด้วยนักรบหมาป่าอสูรอีกหลายสิบตนที่ไม่อาจดูแคลนได้เช่นกัน พวกมันมีรูปร่างปราดเปรียว ในแววตาสาดประกายแห่งความเจ้าเล่ห์และโหดเหี้ยม ราวกับคมดาบแห่งรัตติกาลที่เตรียมพร้อมจะกระโจนเข้าใส่ ฉีกกระชากผู้บุกรุกให้เป็นชิ้นๆ พวกมันยืนเรียงกันเป็นระเบียบ เตรียมพร้อมรับมือศัตรู ก่อตัวเป็นแนวป้องกันที