เขาในครั้งนี้ เดิมทีก็เพื่อฝึกฝนลูกน้องอยู่แล้ว หากเขาไม่ลงมือได้ ก็จะพยายามไม่ลงมือ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการฝึกฝน
เขาส่วนใหญ่มุ่งความสนใจไปที่ร่างของเหออวิ๋น
ถึงแม้เหออวิ๋นจะอยู่ขอบเขตเงินแล้ว แต่พลังต่อสู้ที่แท้จริงยังยากที่จะบอกได้
หลังจากที่เหออวิ๋นลอบโจมตีหมาป่าอสูรตัวหนึ่งแล้ว เขาก็มองไปยังหมาป่าอสูรอีกตัวหนึ่ง
“โฮกกก—!”
เสียงหอนอันดังสนั่นกึกก้องแหวกผ่านความเงียบสงัดของราตรี
หมาป่าอสูรตัวนั้นมีร่างสูงใหญ่กำยำ ขนสีดำทมิฬ ดวงตาสองข้างส่องประกายเย็นเยียบกระหายเลือด มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ดุร้าย
วินาทีต่อมา มันก็พุ่งเข้าใส่เหออวิ๋นอย่างรุนแรงราวกับลูกธนูที่พุ่งออกจากแหล่ง ทุกย่างก้าวที่มันวิ่งดูเหมือนจะหนักอึ้งดุจขุนเขา อากาศสั่นสะเทือนเพราะความเร็วของมัน ราวกับว่าแม้แต่แผ่นดินก็ยังสั่นไหว เป็นการบอกเหตุถึงพายุที่กำลังจะมาถึง
เหออวิ๋นเห็นดังนั้น สายตากลับเยือกเย็นอย่างยิ่ง ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างล้วนอยู่ในกำมือของเขา
ร่างของเขาพลิ้วไหวราวกับภูตพรายที่เริงระบำอยู่ในพงไพร หลบหลีกการโจมตีที่รุนแรงจนสามารถบดขยี้หินผาของหมาป่าอสูรได้อย่างง่ายดาย แขนที่กำยำของหมาป่าอสูรวาดผ่านอากาศ