เป็นเงาซ้อนทับ ทุกครั้งที่เหวี่ยงออกไปล้วนมาพร้อมกับเสียงลมหวีดหวิว แต่กลับพลาดเป้าครั้งแล้วครั้งเล่า ราวกับต่อยเข้ากับความว่างเปล่า ทิ้งไว้เพียงความโกรธแค้นและความไม่พอใจเต็มอก
วิชาตัวเบาของเหออวิ๋นนั้นยอดเยี่ยมจนน่าทึ่ง บางครั้งก็แผ่วเบาราวกับปุยหลิวล้อลม บางครั้งก็คล่องแคล่วราวกับฝูงปลาแหวกว่ายในสายธาร ทุกการเคลื่อนไหวล้วนใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมรอบตัวได้อย่างพอเหมาะพอดี สลายการโจมตีของหมาป่าอสูรให้หายไปกับตา
ยิ่งการโจมตีของหมาป่าอสูรรุนแรงมากเท่าไหร่ วิชาตัวเบาของเขาก็ยิ่งดูเปลี่ยนแปลงพลิกแพลงมากขึ้นเท่านั้น ราวกับหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับฟ้าดิน ทำให้ยากที่จะจับร่องรอยได้
ในจังหวะที่การโจมตีของหมาป่าอสูรชะงักลงเล็กน้อย เผยให้เห็นช่องว่างให้หายใจ… แววตาของเหออวิ๋นก็พลันเฉียบคมขึ้นราวกับคมมีด
ร่างของเขาระเบิดออก ราวกับเสือดาวที่ล่าเหยื่อ ความเร็วเร็ววจนน่าตกใจ แทบจะในพริบตาเดียวก็มาถึงเบื้องหน้าของหมาป่าอสูรแล้ว
“เพลงกระบี่ปลิดชีพ!”
พร้อมกับเสียงตะโกนอันแผ่วเบา ประกายกระบี่อันเจิดจ้าสายหนึ่งก็ฟาดผ่านท้องฟ้ายามราตรี ราวกับดาวตกที่ลากผ่านท้องฟ้า พร้อมกับไอเย็นยะเยือกและความเด็ดเดี่ยวที่ไม่สิ้นสุ