หลังจากบ่มเพาะพลังหนึ่งคืนและกินข้าวเช้าเสร็จ จ้าวลิ่วก็มาหาเขา พวกเขาเตรียมตัวจะออกไปทำภารกิจกันแล้ว
“เตรียมอาหารไปสำหรับสองสามวันนะ อีกหนึ่งชั่วโมงเราจะออกเดินทาง”
จ้าวลิ่วกำชับ
ดูท่าแล้ว ภารกิจครั้งนี้คงจะใช้เวลานานพอสมควร
“ขอบคุณ”
เหออวิ๋นพยักหน้า
เขาเห็นท่าทีอ้ำๆ อึ้งๆ ของจ้าวลิ่ว จึงถามว่า “มีอะไรจะพูดก็พูดมาเถอะ อึดอัดเก็บไว้ในใจมันทรมานนะ”
จ้าวลิ่วไม่ใช่คนที่เก็บความลับอยู่ เมื่อได้ยินดังนั้นก็รีบถามในทันที “เจ้ากับพี่หลี่มีความสัมพันธ์อะไรกันแน่?”
เหออวิ๋นถึงกับงง
เขากับหลี่จื่อเซวียนก็เป็นแค่หัวหน้ากับลูกน้องไม่ใช่รึ?
“ทำไมถึงถามอย่างนั้นล่ะ?” เหออวิ๋นถามอย่างไม่เข้าใจ
“ตามปกติแล้ว เจ้าเป็นแค่ทหารใหม่ ผู้กองร้อยจะมานำเจ้าไปฝึกฝนด้วยตัวเองได้ยังไงกัน?”
จ้าวลิ่วบอกข้อสงสัยของตนเองออกมา
ที่แท้ก็เป็นเพราะเหตุนี้เอง เขาก็ไม่รู้จริงๆ ว่าทหารใหม่จะไม่ได้ถูกนำไปฝึกฝนโดยผู้กองร้อยโดยตรง
“น่าจะเป็นเพราะข้าโดดเด่นเป็นพิเศษกระมัง” เหออวิ๋นอธิบาย
จ้าวลิ่วได้ยินดังนั้นก็ถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
เขาไม่เคยเจอคนหน้าหนาไร้ยางอายขนาดนี้มาก่อน
ชมตัวเองว่าโดดเด่นเนี่ยนะ? ช่วยฟังหน่อยได้ไหมว่าตัวเองกำลังพู