้งใจรอตนเองโดยเฉพาะ เขาพาเหออวิ๋นไปที่โรงอาหาร
เหออวิ๋นก็ได้รู้ชื่อของเขาว่าคือจ้าวลิ่ว เป็นคนที่ค่อนข้างช่างพูด และเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้เหออวิ๋นฟังมากมาย ความแข็งแกร่งของจ้าวลิ่วไม่ได้อ่อนแอเลย เขาเป็นผู้แข็งแกร่งระดับเงินเก้าดาวแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เขายังบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชายแดนให้เหออวิ๋นฟังอีกไม่น้อย
เหออวิ๋นจดจำเรื่องราวที่จ้าวลิ่วเล่าทั้งหมดไว้
จ้าวลิ่วเป็นคนใจดี ถึงแม้จะพูดมากไปหน่อย แต่สำหรับเหออวิ๋นแล้ว ก็ไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องเลวร้ายอะไร กลับกันยังทำให้เขาสามารถปรับตัวเข้ากับค่ายทหารได้เร็วขึ้น และเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่ได้มากขึ้น
หลังจากกินข้าวเสร็จ คนในหอพักก็กลับมากันหมดแล้ว ทุกคนได้พบหน้ากัน ก็ถือว่าได้ทำความรู้จักกันแล้ว ทุกคนไม่มีผลประโยชน์ขัดกัน ย่อมไม่มีทางที่จะเกิดความขัดแย้งอะไรขึ้นมาได้อยู่แล้ว อีกอย่าง ต่อไปก็ต้องอยู่หอเดียวกัน ไม่มีเหตุจำเป็นต้องมาทะเลาะกัน
หลังจากอาบน้ำเสร็จ จ้าวลิ่วก็พูดกับเหออวิ๋นว่า “พวกเราจะไปบ่มเพาะพลังกันที่
[หอวิญญาณ] เจ้าคงต้องนอนคนเดียวแล้วล่ะ”
[หอวิญญาณ] ก็คืออาคารที่ถูกวางค่ายกลไว้ การบ่มเพาะพลังที่นั่นจะสามารถรวบรวมพลังปรา