“โอกาสทอง!”
สายตาของเหออวิ๋นเฉียบคมดุจสายตาพญาเหยี่ยว
เขาสังเกตเห็นความเหนื่อยล้าและความโกรธเกรี้ยวของจ่าฝูงอสูรได้อย่างเฉียบแหลม และที่สำคัญที่สุดคือ รอบกายของมันไม่มีอสูรตัวอื่นอยู่เลยแม้แต่ตัวเดียว ราวกับว่าธรรมชาติได้จงใจจัดฉากการต่อสู้ตัดสินครั้งนี้ไว้ให้เขาโดยเฉพาะ
เขาสูดหายใจเข้าลึก กล้ามเนื้อทั่วร่างเกร็งแน่น ราวกับเสือดาวที่เตรียมพร้อมจะกระโจนเข้าใส่เหยื่อ
เขาใช้ปลายเท้ากระทืบเบาๆ บนยอดไม้ อาศัยแรงส่งนั้น ร่างทั้งร่างก็พุ่งทะยานราวกับลูกศรที่ถูกยิงออกจากหนังสติ๊ก แหวกผ่านอากาศด้วยพลังที่มิอาจต้านทาน พุ่งตรงเข้าหาจ่าฝูงอสูร!
“เพลงกระบี่อสนีบาตทะยาน!”
เหออวิ๋นคำรามเสียงต่ำ ดาบยาวในมือราวกับตอบสนองต่อการเรียกขานของเขา ปลายดาบส่องประกายแสงสีขาวเจิดจ้า ราวกับสายฟ้าที่ฟาดผ่านท้องฟ้ายามราตรี พร้อมกับเสียงอสุนีบาตที่ดังสนั่นหวั่นไหว ฟาดฟันลงมาจากกลางอากาศ มุ่งตรงไปยังจุดตายของจ่าฝูงอสูร
“พรวด!”
ประกายกระบี่รวดเร็วดุจสายฟ้า ทะลวงผ่านเกราะที่ดูเหมือนจะแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าของจ่าฝูงอสูรในทันที ทิ้งไว้ซึ่งบาดแผลฉกรรจ์ โลหิตสดๆ พวยพุ่งออกมาดุจน้ำพุ ย้อมผืนดินโดยรอบให้กลายเป็นสีแดงฉาน
ดวงตาของจ่าฝูงอสูรฉา