วยความได้ใจและเย้ยหยัน ราวกับได้เห็นผลแห่งชัยชนะอยู่ตรงหน้าแล้ว
เหออวิ๋นพลันเข้าใจในทันที
มิน่าเล่าก่อนหน้านี้เขาถึงไม่รู้สึกถึงกลิ่นอายของอสูรที่เข้ามาใกล้เลย ที่แท้พวกมันกำลังดำเนินกลยุทธ์ที่อ้อมค้อมเช่นนี้อยู่นี่เอง
หากเป็นเมื่อก่อน สถานการณ์เช่นนี้คงเพียงพอที่จะทำให้เขาต้องระแวดระวัง หรือถึงขั้นวิตกกังวลเลยทีเดียว
แต่ตอนนี้ไม่เหมือนวันวานอีกต่อไปแล้ว พลังที่พลุ่งพล่านในร่างกายของเขาได้ทะลวงสู่ขอบเขตเหล็กดำแปดดาวแล้ว ทั้งยังมีพรสวรรค์ระดับ C อีกมากมายในร่าง ช่วยเพิ่มความมั่นใจและกล้าหาญให้เขาอย่างไม่สิ้นสุด
เมื่อเผชิญหน้ากับการยั่วยุของจ่าฝูงอสูร มุมปากของเหออวิ๋นก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยความแน่วแน่ “ในเมื่อเจ้ารีบร้อนอยากจะเป็นวิญญาณใต้ดาบของข้าขนาดนี้ ข้าก็จะสนองให้ ส่งเจ้าไปสู่สุขติสักเที่ยว”
“ฮ่าๆๆๆ!!!”
เสียงหัวเราะของจ่าฝูงอสูรดังก้องไปทั่วสนามรบที่ว่างเปล่า เต็มไปด้วยการเย้ยหยันและดูแคลนในคำพูดของเหออวิ๋น
“มนุษย์ เจ้าแน่ใจนะว่าไม่ได้กำลังฝันกลางวันอยู่?”
“ไหนลองบอกข้าฟังสิ ความกล้าของเจ้ามันมาจากไหน?”
“ข้าคือผู้แข็งแกร่งขอบเขตทองแดง ส่วนเจ้า ก็เป็นเพียงเต่าในไห”
“แค่ตัวเล็ก