ม่จำเป็นต้องกลัวอีกแล้ว
จำนวนของอสูรนั้นถาโถมเข้ามาดุจคลื่นสึนามิ สีดำทะมึนไปทั่ว ราวกับจะกลืนกินป่าแห่งนี้ให้สิ้นซาก ทว่า ในป่าที่เก่าแก่และซับซ้อนแห่งนี้ ต้นไม้ทุกต้นคือพันธมิตรโดยธรรมชาติของเหออวิ๋น พวกมันใช้กิ่งก้านที่หนาทึบและรากที่สลับซับซ้อนเป็นที่กำบังชั้นเยี่ยมให้แก่เขา
ร่างของเหออวิ๋นปราดเปรียว ราวกับวานรที่ท่องไปในพงไพร เพียงแค่กระโดดเบาๆ ก็ขึ้นไปยืนอย่างมั่นคงบนต้นไม้ใหญ่ยักษ์ต้นหนึ่งได้อย่างง่ายดาย
การโจมตีของเหล่าอสูรซัดสาดเข้ามาดุจคลื่นยักษ์ แต่กลับทำได้เพียงแค่เหวี่ยงอาวุธไปมาอย่างสูญเปล่าอยู่ใต้เท้าของเขา ราวกับต่อยลม ไม่สามารถแตะต้องเขาได้แม้แต่น้อย
“มันอยู่บนต้นไม้!”
“ปีนขึ้นไปฆ่ามัน!”
เหล่าอสูรไม่ยอมแพ้ ต่างก็เลียนแบบเหออวิ๋น พยายามปีนขึ้นต้นไม้เพื่อไล่ล่าเขา
ทว่า นี่กลับกลายเป็นความผิดพลาดที่ร้ายแรงถึงชีวิตของพวกมัน
เหออวิ๋นราวกับจอมยุทธ์ที่ท่องไปในพงไพร ดาบในมือส่องประกายเย็นเยียบ อสูรทุกตัวที่บังอาจปีนขึ้นมาล้วนกลายเป็นวิญญาณใต้ดาบของเขาทั้งสิ้น เพลงกระบี่ของเขาแม่นยำและร้ายกาจ ทุกครั้งที่ตวัดดาบ จะต้องมีเสียง “ฉัวะ” อันคมกริบดังขึ้น ซึ่งเป็นบทเพลงแห่งการสิ้นสุด