ความไม่甘ใจและตกตะลึง ค่อยๆ ล้มลงบนทางเดินเล็กๆ ในป่าที่ชื้นแฉะ เปลวไฟแห่งชีวิตของพวกมันดับมอดลงในบัดดล
เหออวิ๋นไม่ได้รีบร้อนถอยหนี แต่กลับพลิ้วร่างราวกับเสือดาวที่ปราดเปรียวที่สุดในพงไพร กระโจนขึ้นไปอย่างมั่นคงบนกิ่งที่สูงที่สุดของต้นไม้ใหญ่ยักษ์ที่อยู่ใกล้ๆ
เขาอยู่สูงมองลงมา ราวกับผู้สังเกตการณ์ที่เยือกเย็น และเหมือนนายพรานที่เตรียมพร้อมจะจู่โจม เฝ้ามองทุกสิ่งทุกอย่างอยู่เบื้องล่างอย่างเงียบเชียบ
ในป่าดังก้องไปด้วยเสียงร้อง “ว้ากๆ” แหลมๆ อย่างเร่งรีบสองสามครั้ง นั่นคือความโกรธและความตื่นตระหนกของเหล่าอสูรเมื่อพบว่าพวกพ้องตายไปแล้ว พวกมันรวมตัวกันอย่างรวดเร็ว สื่อสารกันด้วยภาษาเฉพาะของพวกมัน
จากนั้นก็ราวกับถูกคทาที่มองไม่เห็นชี้นำ เริ่มค้นหาแบบปูพรมไปทั่วบริเวณ พยายามหาตัวศัตรูลึกลับที่บังอาจมาท้าทายอำนาจของพวกมันให้เจอ
เหออวิ๋นซ่อนตัวอยู่บนยอดไม้ ราวกับใบไม้สีเขียวที่พลิ้วไหวตามลม สายตาของเขาจับจ้องไปยังหน่วยลาดตระเวนอสูรหน่วยหนึ่งที่กำลังค้นหาอยู่
หน่วยนี้ประกอบด้วยอสูรชั้นต่ำหกตัว พวกมันย่างก้าวอย่างระมัดระวัง สีหน้าเต็มไปด้วยความระแวดระวัง เห็นได้ชัดว่ามีประสบการณ์และไม่อาจดูแคลนได้
แต่เหออ