สีหน้าที่เรียบเฉยไม่แพ้กัน
แม้เขาจะไม่คาดคิดว่าเธอจะปลุกพรสวรรค์ระดับ S ที่หาได้ยากยิ่งขึ้นมาได้ แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกอาลัยอาวรณ์แม้แต่น้อย
เมื่อไม่ใช่ของที่เขาต้องการ ก็แค่โยนมันทิ้งไป
จะฝืนรั้งไว้ให้รกใจทำไม
ท่าทีของเหออวิ๋นที่ดูไม่ยี่หระแม้แต่น้อย ทำให้เซี่ยสุ่ยเซียนถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง
เธอคิดว่าอย่างน้อยเหออวิ๋นน่าจะอ้อนวอนขอร้อง หรือไม่ก็พูดจาฟูมฟายอะไรบ้าง
แต่นี่อะไร? แค่ประโยค ‘ขอให้มีความสุขกับการเลิกกัน’ เนี่ยนะ?
นักเรียนคนอื่นๆ ที่มุงดูอยู่ก็ถึงกับประหลาดใจกับคำตอบของเหออวิ๋นเช่นกัน
“เหอะ! แสร้งทำเป็นเข้มแข็งไปเถอะ” เซี่ยสุ่ยเซียนกล่าวอย่างหยิ่งผยอง
เดิมทีเหออวิ๋นตั้งใจจะเดินจากไปเงียบๆ แต่เมื่อได้ยินคำพูดของเซี่ยสุ่ยเซียน เขาก็เอ่ยขึ้นว่า “จำได้ว่าตอนนั้นที่เธอเห็นว่าฉันผลการเรียนดี ก็พยายามเอาอกเอาใจทุกอย่าง ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบไม่เคยขาด”
“ยังจะพยายามหาทุกวิถีทางเพื่อเข้ามาใกล้ชิดฉัน ทำให้ฉันยอมเป็นแฟนกับเธอ… ก็ไม่ใช่เพราะเธอคิดว่าฉันจะปลุกพรสวรรค์ระดับสูงได้หรอกเหรอ?”
“มาวันนี้ พอเห็นว่าพรสวรรค์ฉันมันห่วยแตก ก็รีบมาบอกเลิกต่อหน้าคนอื่นแบบนี้ ก็แค่อยากจะกอบกู้ศักดิ์ศรีเล็กๆ น้อ