ขาเองมิใช่ว่าไม่เคยพยายามเข้าญาณซึมซับไฟธาตุอู่มาก่อน
แต่ทุกคราวที่ผ่านมา ล้วนเต็มไปด้วยความซับซ้อนเข้าใจยาก แม้ใช้เวลาค่อยๆ ขัดเกลา ก็คงพอเข้าถึงได้ ทว่าต้องสิ้นเปลืองแรงงานข้ามสิบปี
ทว่าในยามนี้แตกต่างออกไป
ภายใต้การคุ้มครองของบัญญัติแห่งมรรคาแคว้นเซียน ความรู้ที่เคยขมุกขมัวราวกับผ่านการหล่อเลี้ยงจนลื่นไหล เปิดทางให้เขาบุกลึกเข้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง
การทำความเข้าใจแทบไร้กำแพงกั้น ปัญหาคิดเพียงครู่ก็แจ่มแจ้ง ด่านยากพินิจเพียงชั่วอึดใจก็แตกหักลง ทั้งกระบวนการไร้ซึ่งคอขวดโดยสิ้นเชิง
นี่หรือคือสภาพของบรรพชนในยามปกติ?
ไม่น่าแปลกใจที่อีกฝ่ายจึงทรงพลังนัก!
เวลาในการบ่มเพาะมิได้จำแนกวันเดือนปี ระหว่างที่ลวี่หยางท่องอยู่ในมหาสมุทรแห่งวิชาอย่างอิสระ สายคิดที่เคยลื่นไหลกลับประหนึ่งชนเข้าผนังทองแดงกำแพงเหล็ก
“อะไรกัน?”
ลวี่หยางครางต่ำ ดวงตาเปิดขึ้น ความรู้สึกนั้นเปรียบเสมือนจวนจะพุ่งทะลุออกไป แต่กลับถูกสกัดกั้น และมิให้ก้าวต่อแม้แต่น้อย
ความแข็งคั่งค้างยากจะทนทาน
ลวี่หยางกะพริบตาสองสามครั้ง แล้วหันย้อนกลับไปทบทวนความรู้เกี่ยวกับไฟอู่ที่เมื่อครู่ยังพรั่งพรูไม่ขาดสาย แต่กลับพบว่ามันกลับคืนสู่ความซับซ้อนยากเข้าใจดังเดิม
ข้ากลายเป็นคนโง่ตั้งแต่เมื่อไร?
แววตาของลวี่หยางฉายความเลื่อนลอย หลังจากได้ลิ้มรสว่า “ปัญญาเหนือโลก” เป็นเช่นไรแล้ว ในตอนนี้เขากลับยากจะยอมรับความจริงว่าตนเป็นเพียงคนเขลาธรรมดา
บั