ยงแหบแห้งถามขึ้น
โจวสิงเลิกคิ้ว ก็นั่งหัวโด่อยู่นี่ไง
ชายชุดดำไม่เงยหน้า แต่ยื่นมือออกมาวางบนหมอนรองข้อมือ
โจวสิงมองมือนั้น ผิวคล้ำออกแดง หยาบกร้าน เต็มไปด้วยรอยด้านจากการฝึกอาวุธ ลักษณะเหมือนคนที่ใช้ชีวิตในที่ราบสูงและตากแดดตากลมมานาน
คนในยุทธภพสินะ
โจวสิงวางนิ้วลงบนชีพจร
ทันทีที่สัมผัส เขาก็ต้องตะลึง
ชีพจรปั่นป่วนวุ่นวายราวกับเส้นด้ายนับสิบเส้นพันกันยุ่งเหยิง กระแสลมปราณในร่างตีกันมั่วซั่ว ทั้งร้อน ทั้งเย็น ทั้งแข็ง ทั้งอ่อน เหมือนสนามรบขนาดย่อม
ท่านจอมยุทธ์ โจวสิงชักมือกลับ ท่านไปโดนใครทำร้ายมาจนช้ำใน หรือว่าธาตุไฟเข้าแทรกกันแน่ ชีพจรยุ่งเหยิงขนาดนี้
เจ้าเด็กบ้า ชายชุดดำตวาดเสียงแหบ ข้าคืออัจฉริยะแห่งยุทธภพ วิชาอะไรข้าฝึกแป๊บเดียวก็บรรลุ จะธาตุไฟเข้าแทรกได้ยังไง ส่วนอาการบาดเจ็บภายใน ช่วงนี้ข้าไม่ได้สู้กับใคร จะไปเจ็บตัวได้ยังไง
โจวสิงอ้าปากค้าง
อัจฉริยะแห่งยุทธภพ
กล้าชมตัวเองขนาดนี้เชียว หน้าด้านกว่าข้าอีก
ท่านจอมยุทธ์ โจวสิงปรับสีหน้าจริงจัง ในเมื่อท่านยืนยันว่าไม่ได้สู้กับใคร งั้นสาเหตุก็มีแค่อย่างเดียว การฝึกวิชาของท่านนั่นแหละที่มีปัญหา
ข้าเคยได้ยินอาจารย์กล่าวไว้ว่า วรยุทธ