ที่โรงเตี๊ยม ฝีมือข้าตอนนี้ยังห่างชั้น ขืนอยู่ไปก็รังแต่จะโดนลูกหลงเปล่าๆ สู้หลบมาพึ่งใบบุญท่านที่นี่ดีกว่า
โจวสิงตอบพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะบิดขี้เกียจจนกระดูกลั่นกร๊อบแกร๊บ ส่งเสียงครางด้วยความสบายตัว
ได้ยินดังนั้น เก้าอี้ของตาเฒ่าก็เริ่มแกว่งไกวต่อ
ชายชราหลับตาลงอีกครั้ง เปลือกตาปิดไม่สนิทดี ริมฝีปากขยับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเกียจคร้าน
สรุปก็คือฝีมือยังไม่ถึงขั้น หากเจ้าเก่งกล้าสามารถ จะต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนมาหาข้าทำไม
โจวสิงหัวเราะร่า ตาเฒ่าพูดเป็นเล่น ต่อให้ข้าเก่งคับฟ้า การแวะมาเยี่ยมเยียนผู้มีพระคุณอย่างท่าน ก็ถือเป็นเรื่องสมควรทำมิใช่หรือ
ตาเฒ่าวาดภาพระเบิดเสียงหัวเราะชอบใจ ฮ่าๆๆ ปากหวานนักนะเจ้า เอาเวลาประจบข้าไปฝึกยุทธ์ให้มันเข้าท่าดีกว่า
สิ้นเสียงพูด โจวสิงก็ตบพนักเก้าอี้ฉาดใหญ่ ร่างของเขาดีดผึงลอยละลิ่วขึ้นสู่อากาศ ม้วนตัวตีลังกาต่อเนื่องอย่างงดงาม ก่อนจะทิ้งตัวลงแตะพื้นอย่างแผ่วเบาไร้เสียง
ทันทีที่ปลายเท้าสัมผัสพื้น เขาก็ทะยานร่างขึ้นอีกครั้ง เหยียบย่ำไปตามลำต้นไผ่ที่เอนไหว ร่างกายพลิ้วไหวประดุจใบไม้ที่ลอยล่องไปตามสายลม ขึ้นลงวูบวาบจับทางไม่ได้
ย่ำหิมะไร้รอย ใช้ได้นี่
ตาเฒ่าวาดภาพลืมตาขึ้น พย