โจวสิงเจรจากับหญิงสาวจากหอเบญจเซียนอยู่ครู่ใหญ่ ในที่สุดนางก็แจ้งมติของทางพรรคว่า เห็นแก่หน้าหมอเทวดาเซวีย ทางพรรคนั้นยินดีลดราคาให้ถึงสามส่วน ซึ่งถือเป็นข้อเสนอที่ใจป้ำอย่างยิ่ง
โจวสิงเองก็รู้จักพอเพียง ไม่ได้เรียกร้องคืบจะเอาศอก เขาตกลงสั่งซื้อสมุนไพรเป็นเงินรวมสองร้อยตำลึง โดยในรายการสั่งซื้อนั้นแฝงไปด้วยพิษจากสัตว์และพืชจำนวนมาก
ฝ่ายหอเบญจเซียนไม่ได้เอะใจแม้แต่น้อย เพราะโดยปกติแล้วโรงหมอทั่วไปก็นิยมสั่งซื้อวัตถุดิบมีพิษไปปรุงเป็นยาอยู่แล้ว
เมื่อตกลงชนิดและปริมาณกันเรียบร้อย โจวสิงวางเงินมัดจำห้าสิบตำลึง หญิงสาวผู้นั้นจึงขอตัวลาจากตำบลเจ็ดจอมยุทธ์ไป โดยสัญญาว่าสินค้าจะถูกจัดส่งมาถึงในวันพรุ่งนี้
เมื่อส่งแขกเสร็จ โจวสิงก็ไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า เขารีบเขียนจดหมายถึงหมอเทวดาเซวีย แล้วว่าจ้างม้าเร็วที่สถานีสื่อสารด้วยเงินสิบอีแปะให้นำส่งทันที
หมอเทวดาเซวียเคยกำชับไว้ว่า หากโรงหมอจะเปิดทำการเมื่อไหร่ให้บอกกล่าว ในเมื่อพรุ่งนี้สมุนไพรล็อตใหญ่จะมาถึง โจวสิงจึงถือคติ ตีเหล็กต้องตีตอนร้อน กำหนดฤกษ์เปิดร้านเป็นวันพรุ่งนี้เสียเลย
จัดการธุระเรื่องโรงหมอเสร็จสรรพ โจวสิงก็ออกเดินตลาดจับจ่ายซื้อของ
นอ