งใจไว้ ก็คือการไปคารวะหมอเทวดาเซวียถึงที่
ประการแรก เพื่อเป็นการให้เกียรติผู้อาวุโสในสายอาชีพเดียวกัน ซึ่งเป็นมารยาททางสังคมที่โจวสิงตระหนักดี
ประการที่สอง คือการไปสืบหาแหล่งวัตถุดิบ เขาอยากรู้ว่าหมอเทวดาเซวียสั่งสมุนไพรมาจากที่ไหน เผื่อว่าจะขอแบ่งปันเส้นทาง หรือขอคำแนะนำในการจัดหาสมุนไพรบ้าง
การเปิดโรงหมอโดยไร้สมุนไพร ก็เหมือนนักรบไร้ดาบ มันเป็นไปไม่ได้
ตำบลสิบแปดลี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของตำบลเจ็ดจอมยุทธ์ ห่างออกไปราวสิบลี้ พอเดินพ้นประตูเมือง โจวสิงก็เรียกใช้บริการ แท็กซี่ลา อีกครั้ง นั่งโยกเยกไปเพียงสองก้านธูปไหม้ จ่ายค่าโดยสารไปสามอีแปะ ก็มาถึงหน้าโรงหมอของหมอเทวดาเซวีย
วันนี้เป็นวันเปิดโรงทานรักษาฟรีของท่านหมอพอดี
ภาพลักษณ์ของหมอเทวดาเซวียนั้นตรงตามตำราหมอจีนโบราณเป๊ะๆ ชายชร่างร่างเล็ก ไว้เครายาวทรงแพะ มือหนึ่งลูบเครา อีกมือจับชีพจร ดวงตาหรี่ปรือคล้ายกำลังเข้าฌาน เอ่ยถามอาการคนไข้เป็นระยะ ก่อนจะจรดพู่กันเขียนใบสั่งยาด้วยท่าทีสุขุม
โจวสิงยืนสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ ไม่เข้าไปรบกวน จนกระทั่งถึงช่วงพัก ท่านหมอลุกขึ้นบิดขี้เกียจคลายความเมื่อยล้า โจวสิงจึงสบโอกาสเดินเข้าไปหา
ผู้น้อยโจวสิง คารวะท่