านหมอเทวดาเซวียขอรับ
หมอเทวดาเซวียหันมามองโจวสิงด้วยความแปลกใจ แต่ก็ยังประสานมือตอบรับด้วยรอยยิ้ม พ่อหนุ่ม หากจะมารักษาฟรี ต้องรออีกหนึ่งก้านธูปนะ และต้องไปต่อแถวด้วย
โจวสิงส่ายหน้ายิ้มๆ ท่านหมอเข้าใจผิดแล้ว ข้ามาจากตำบลเจ็ดจอมยุทธ์ กำลังจะเปิดโรงหมอที่นั่น ได้ยินกิตติศัพท์ความเก่งกาจของท่านมานาน วันนี้จึงตั้งใจมาคารวะเพื่อฝากเนื้อฝากตัว และมีเรื่องอยากจะขอคำชี้แนะจากท่านสักเล็กน้อย
ได้ยินดังนั้น หมอเทวดาเซวียก็นิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ กวาดตามองเด็กหนุ่มตรงหน้าหัวจรดเท้าอีกรอบ ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเครียด
พ่อหนุ่ม เรื่องคำชี้แนะเอาไว้ก่อน เจ้า เจ้าบอกว่าเจ้าจะเปิดโรงหมอ เจ้าเปิดเอง ไม่ใช่อาจารย์ของเจ้าหรอกรึ
โจวสิงพยักหน้ายืนยัน
คราวนี้หมอเทวดาเซวียถึงกับมึนตึ๊บ
เด็กเกินไป เด็กเกินไปจริงๆ
วิชาแพทย์นั้นลึกล้ำดุจมหาสมุทร ไม่ใช่วิชาที่ใครนึกจะเรียนก็เรียนได้ปุบปับ ยกตัวอย่างตัวเขาเอง เริ่มเรียนกับอาจารย์มาตั้งแต่หัวเท่ากำปั้น
ห้าปีแรก ท่องจำตำราสมุนไพรและทฤษฎีพื้นฐานจนขึ้นใจ หกปีต่อมา ฝึกจับชีพจร สัมผัสชีพจรคนไข้มาไม่ต่ำกว่าสามหมื่นราย จากนั้นฝึกการสังเกต มอง ฟัง ถาม จับ เพราะบางโรคชีพจรบอกไม่ได้ ต้องดูสีหน้า