มุงอยู่เจ็ดแปดคน
ดูท่าทางจะสนิทกัน หยอกล้อกันไปมาไม่มีใครถือสา
“พอ ๆ เลิกเล่นได้แล้ว! มาช่วยกันคิดดีกว่าว่าจะเอายังไงต่อ!”
เพื่อนผู้ชายคนนึงขัดจังหวะขึ้นมา
“ก็มีรถหรูมารอรับหลี่หมู่ ไม่น่าจะมีเรื่องร้ายแรงอะไรหรอกมั้ง”
“ก็ออกไปบอกพวกนั้นตรง ๆ เลยสิว่าหลี่หมู่เป็นลม”
หลินอวี้หย่าส่ายหน้าปฏิเสธทันที
“ไม่ได้! เรื่องหลี่หมู่เป็นลม จะให้คนนอกรู้ไม่ได้เด็ดขาด”
“มันอาจจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์เขาได้นะ”
คิดได้ดังนั้น หลินอวี้หย่าก็หยิบมือถือขึ้นมาพิมพ์ข้อความส่งไป
ในเวลาเดียวกัน
บริเวณหน้าประตูโรงเรียนเฮยสุ่ย
มีรถเก๋งสีดำคันหรูจอดเทียบอยู่
ข้างรถมีนักเรียนชายในชุดนักเรียนโรงเรียนวูตาวเซิ่งหลงยืนพิงรถอยู่
เขาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ
ก่อนจะหันไปตะคอกใส่เซียวหลิงถงด้วยความหงุดหงิด
“สิบกว่านาทีแล้วนะเว้ย! ทำไมมันนานขนาดนี้!?”
“ไอ้หลี่หมู่มันตายห่าไปแล้วหรือไง?”
เซียวหลิงถงกับเพื่อน ๆ นักเรียนโรงเรียนเฮยสุ่ยที่ยืนอยู่ข้างหลังขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ
“ช่วยพูดจาให้มันดี ๆ หน่อยได้ไหม? ก็ให้คนไปตามให้แล้วไง!”
เซียวหลิงถงรวบรวมความกล้าพูดสวนกลับไป
คนที่นั่งอยู่ในรถหรูคันนี้ คือลูกชายของผู้อำนวยการโรงเรียนวูตาว