พอได้ยินจางจือเหวยพูดแบบนั้น ม้าขาวตัวนั้นก็หันไปมองขนาดตัวอันมหึมาของลู่เฉินเฟิงโดยสัญชาตญาณ
นัยน์ตาสีทองของมันเบิกกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ลู่เฉินเฟิงตัวใหญ่เบ้อเริ่ม น้ำหนักน่าจะเกินสามร้อยชั่ง!
ขืนให้ไอ้ยักษ์นี่กระโดดขึ้นมาขี่
ม้าขาวตัวนี้คงได้กระอักเลือดตายคาที่แหง ๆ
ลู่เฉินเฟิงเหมือนจะรู้ทันว่าม้ามันคิดอะไรอยู่ เขาหัวเราะลั่น
“ไม่ต้องกลัวนะม้าน้อย เดี๋ยวฉันจะวิ่งแข่งกับพวกนายเอง!!”
พูดจบ ลู่เฉินเฟิงก็ยกมือขึ้นตบก้นม้าทั้งสองตัวอย่างแรง
ม้าขาวส่งเสียงร้องคำราม พุ่งตัวทะยานไปข้างหน้าดุจดาวตกสีขาว
ม้าของหลี่หมู่ก็เร่งสปีดตามมาติด ๆ แซงหน้าม้าขาวไปในพริบตา
ลู่เฉินเฟิงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ร่างกายของเขาก็ขยายใหญ่ขึ้นอีกครึ่งเท่าตัว แสงสีเขียวแผ่ซ่านออกมารอบตัว
เส้นเลือดดำปูดโปนขึ้นมาตามเรียวขาราวกับงูเลื้อยพล่าน ร่างกายของเขาพุ่งทะยานออกไปเหมือนลูกปืนใหญ่!
พึ่งแค่สองขาเปล่า ๆ วิ่ง!
แต่ลู่เฉินเฟิงกลับวิ่งตามม้าศึกทั้งสองตัวทันในพริบตา!
“เชี่ยยยย!!”
หลี่หมู่กับจางจือเหวยที่อยู่บนหลังม้า สบถออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
หนึ่งคนสองม้า พุ่งทะลวงฝ่าวงล้อมของงูยักษ์ตรงจุดที่อ่อนที่สุดไปได้อย่าง