ไม่ผิดเพี้ยน…
ลวี่หยางพลันเข้าใจ กระบวนการผูกพันตำแหน่งมรรคผลเช่นนี้ มีส่วนละม้ายกับ “ความเป็นหนึ่งใจเดียวกัน” ของแดนสุขาวดี ต่างเพียงแดนสุขาวดีใช้ผู้คนส่วนราชสำนักเต๋าใช้ตำแหน่งขุนนาง
ราชสำนักเต๋าเลียนแบบพระผู้เป็นเจ้า?
ไม่ถูก ควรเป็นพระผู้เป็นเจ้าต่างหากที่เลียนแบบราชสำนักเต๋า!
ยิ่งไปกว่านั้น ตำแหน่งมรรคผลธาตุดิน ราชสำนักเต๋ามีถึงสองตำแหน่ง หากนับรวมยุคราชวงศ์ก่อนที่ยังมีดินกำแพงเมืองอยู่ ก็เท่ากับว่ามีถึงสามตำแหน่งธาตุดินเต็มๆ
ยิ่งไปกว่านั้นดินกำแพงเมืองยังเป็นตำแหน่งมรรคผลสูงสุดธาตุดิน!
มิธรรมดา……ลวี่หยางคิดแล้วถึงกับขนลุกซู่
เมื่อเปรียบกันเช่นนี้ ราชสำนักเต๋าในอดีตนั้นแข็งแกร่งยิ่งนัก หากแต่การปรากฏตัวของแดนสุขาวดี และการผงาดขึ้นของพระผู้เป็นเจ้า กลับเป็นสิ่งที่ทำให้พลังอำนาจของราชสำนักเต๋าลดถอยลงในระดับหนึ่ง
“…ฮึ่ย!”
ครั้นคิดถึงตรงนี้ ลวี่หยางก็เผลอสูดลมหายใจเย็นวาบขึ้นมาหรือว่าฉากหลังเรื่องนี้ จะเกี่ยวพันกับการผงาดขึ้นของพระผู้เป็นเจ้า และอดีตที่ฝืนฟ้า พิสูจน์มรรค จนได้เป็น เจ้าวิถีขอบเขตก่อกำเนิด กันแน่?
จ้าววิถีแห่งราชสำนักเต๋าถูกวางแผนล่อหลอกงั้นหรือ?
ในฐานะผู้บำเพ็ญแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์ผู้ชำนาญการขบคิดแผนลับ ลวี่หยางไม่เคยเสียดายที่จะมองทุกสิ่งในมุมสมคบคิด
ทั่วหล้านี้ เดิมทีนักพรตย่อมมาก เนื้อย่อมน้อย — หากมีผู้หนึ่งผงาดขึ้น ก็ต้องมีผู้หนึ่งถูกเฉือนเนื้อทิ้ง… การผงาดของพ