ต๋าร่วมมือกันต่อต้านบรรพชนแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์ — ทว่าเมื่อพระผู้เป็นเจ้าขึ้นสู่ผลแล้ว สถานการณ์ก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
เผินมอง เหมือนฝ่ายธรรมะจะมีแดนสุขาวดีเพิ่มขึ้น แต่แท้จริงใครต่างก็รู้ว่าพระผู้เป็นเจ้ามือถึงทั้งสองฝั่ง อีกทั้งมีรอยร้าวกับราชสำนักเต๋าอยู่ก่อน ไม่มีฝ่ายใดที่สามารถร่วมมือกันได้โดยแท้จริง ตรงกันข้าม… เกรงว่าพระผู้เป็นเจ้าจะยิ่งหวังให้กำลังของทั้งสองฝ่ายคงอยู่ในสมดุลมากกว่าใครทั้งหมด
ใช่แล้ว —สมดุล!
ลวี่หยางยิ่งคิดก็ยิ่งเชื่อมั่นว่า ปีนั้นพระผู้เป็นเจ้าเกรงว่าจะเป็นผู้ที่บรรพชนแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์ลอบหนุนหลังขึ้นมา เพื่อใช้เพียงกำลังของพระผู้เป็นเจ้า พลิกสถานการณ์เสียเปรียบของตนในครานั้น!
จากเดิมที่ต้องต่อกรหนึ่งต่อสอง กลับกลายเป็นสี่เสาหลักตั้งตระหง่านสมดุลกันอยู่!
บรรพชนแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์อาศัยการเฉือนเนื้อจากราชสำนักเต๋า มิเพียงหนุนให้แดนสุขาวดีถือกำเนิดขึ้น ยังบั่นทอนกำลังของฝ่ายธรรมะโดยรวม ตนเองกลับนั่งมั่นคงดั่งชาวประมงเฝ้าหย่อนเบ็ด
…นี่เกรงว่ามิใช่เพียงกลยุทธ์ของบรรพชนแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นแม้กระทั่งพระผู้เป็นเจ้าเองก็มิแน่ว่าจะเป็นผู้เสนอแก่บรรพชนแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์ เพื่อฉวยประโยชน์จากความสอดคล้องแห่งผลประโยชน์นี้ แหวกช่องว่างชิงหนทางสู่ขอบเขตขั้นก่อกำเนิดให้แก่ตน!
คิดถึงตรงนี้ ลวี่หยางอดมิได้ที่จะทอดถอนใจ
ปีนั้น… การบรรลุมรรคผลของพระผู้เป็นเจ้า