่งฟังยิ่งปรี๊ดแตก
“อะไรนะ? หลี่หมู่ไปอัดซุนหลงจนเจ็บงั้นเหรอ? งั้นก็ยิ่งสมควรไล่ออกสิ แกจะมาแหกปากโวยวายทำไมที่นี่!”
“เมื่อวานซืน คนที่ไปเปลี่ยนพรสวรรค์น่ะมีไม่ต่ำกว่าหมื่นคน!”
“เรื่องภายในตระกูลเขา คนนอกอย่างเรามีสิทธิ์อะไรไปแส่? ถึงตาแกไปวิพากษ์วิจารณ์ตั้งแต่เมื่อไหร่!”
จ้ายหลงจ้องหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ พลางตั้งคำถาม
“ท่านรองครับ เส้นประสาทท่านกลับตาลปัตรไปแล้วหรือไง? ท่านได้ดูคลิปนี้ให้ดีหรือเปล่า?”
“หลี่หมู่มันเสียพรสวรรค์ระดับ S ไปแล้วนะ ตอนนี้มันเหลือแค่ระดับ F!!”
“ซุนหลงที่มีพรสวรรค์ระดับ A ระดับพลังก็เท่ากับหลี่หมู่ แต่กลับโดนหลี่หมู่อัดซะหมดสภาพ!”
“ท่านยังมองไม่ออกอีกเหรอว่าคลิปนี้มันหมายความว่าไง?!”
“หัดใช้สมองหมู ๆ ของท่านคิดบ้างได้ไหม?”
ปัง!
รองผู้อำนวยการตบโต๊ะดังปัง ลุกพรวดขึ้นชี้หน้า
“จ้ายหลง!! ใครให้ความกล้าแกมาพูดจาสามหาวกับฉันแบบนี้ ไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้!”
“แล้วจะบอกอะไรให้นะ ถ้าซุนหลงมันเป็นอะไรขึ้นมา แกก็เตรียมตัวเก็บของไสหัวออกไปพร้อมกันได้เลย!”
จ้ายหลงโกรธจนหัวเราะร่วน เขารู้ตัวว่าวันนี้ตัวเองก็พูดจาแรงไปหน่อย
แต่มันสุดจะทนจริง ๆ เขาพยายามกลืนความโกรธลงคอ แล้วยกนิ้วโป้ง