องครวญครางล้มลงมา ณ ยอดเขาแห่งหนึ่งนอกสนามรบหนิวลี่และอับเนอร์กำลังชื่นชมการแสดงที่ดี
“ท่าน ผมสังเกตว่าเจตนาฆ่าบนตัวเหล่าเทพเหล่านี้เข้มข้นกว่าในภพชั้นที่หนึ่งมาก เมื่อเริ่มต่อสู้แล้ว นอกจากฝ่ายหนึ่งจะถูกสังหารอย่างสมบูรณ์ มิฉะนั้นจะไม่หยุด”
อับเนอร์กล่าวอย่างจริงจัง หนิวลี่พยักหน้า
“ถูกต้อง นี่แหละคือความแตกต่างของแต่ละภพ ภพชั้นที่สามเมื่อเทียบกับภพชั้นที่สอง ระดับพลังงานสูงกว่า ผู้แข็งแกร่งก็มากกว่า เจตนาฆ่านี้แน่นอนต้องหนาแน่นขึ้นบ้าง ไม่เช่นนั้นจะควบคุมเหล่าเทพเหล่านั้นอย่างไร้เสียงไร้ร่องรอยได้อย่างไร”
อับเนอร์ฟังแล้วรู้สึกหนาวสยอง
“ท่าน ท่านว่าเจตนาฆ่าที่ไม่มีที่สิ้นสุดในห้วงอวกาศนี้ เป็นการควบคุมโดยตั้งใจ หรือปรากฏขึ้นโดยไม่ตั้งใจ” หนิวลี่แสดงรอยยิ้มเยาะเยื่อ
“ภายใต้ชะตากรรม ทั้งหมดเป็นมด ตราบใดที่ยังไม่พ้นไปนอกจากชีวิตนิรันดร์ ก็อย่าเชื่อเรื่องอะไรที่ไม่ตั้งใจ ชะตากรรมนี้คือมือมืดที่ใหญ่ที่สุด ไม่มีอะไรสามารถปรากฏขึ้นมาเปล่า ๆ ได้”
อับเนอร์ค่อนข้างเข้าใจ
“ดูเหล่าเทพเหล่านั้น ทุก ๆ คนแต่เดิมลมหายใจบริสุทธิ์อ่อนโยน ดูแล้วรู้เลยว่าล้วนเป็นเทพธรรมดา แต่เมื่อขึ้นสู่สนามรบแล้ว ความเป็นศัตรูระหว่างกันดึงดูดเจตนาฆ่าจากห้วงอวกาศลงมา ก็จะกลายเป็นคนเดียวที่ดุร้าย ฟุ้งซ่าน เมื่อต่อสู้กัน แม้แต่เทพที่ฝึกฝนจิตใจมาทั้งชีวิต คงจะกลายเป็นเครื่องจักรสังหารไปด้วย”
หนิวลี่ชี้มือไปยังเทพบางองค์