บทที่ 452 ตรวจนับของที่ได้มา
พระผู้เป็นเจ้าจากไปแล้ว
แดนสุขาวดีกลับคืนสู่สภาพเดิมในชั่วพริบตา ทันใดนั้นก็เห็นพระเถระชราผู้หนึ่ง ผมเผ้าขาวโพลน เดินตรงมาหาลวี่หยาง แล้วประนมมือคารวะอย่างนอบน้อม“อามิตาภพุทธ”
“ท่านหงยวิ๋น ครั้งนี้มหันตภัยใหญ่หลวง แดนสุขาวดีเราสูญเสียผู้คนอย่างนับไม่ถ้วน อีกไม่กี่วันเราจะปิดด่านมิให้ผู้ใดเข้าออก หวังว่าท่านจะไม่พำนักอยู่แคว้นเจียงซีต่อไป”
น้ำเสียงหนักแน่น แม้ยังคงแฝงความถ่อมตนในฐานะผู้ต่ำชั้นกว่า แต่ความมั่นคงในถ้อยคำนั้นปิดไม่มิด ชัดเจนว่าหลังจากความเป็นหนึ่งใจเดียวกันฟื้นคืนแล้ว พลังใจของเหล่าพระภิกษุก็กลับมาเต็มเปี่ยม ตรงกันข้าม แม้ลวี่หยางยังคงอยู่ในสภาพถือครองตำแหน่งมรรคผลชั่วคราวแต่กลับรู้สึกเย็นเยียบในใจ
“สถานที่บัดซบเช่นนี้ หาได้มีช่องให้ทะนงตนแม้เพียงเศษเสี้ยว”
เขาครุ่นระวังในใจ ทว่าทันใดนั้นกลับเห็นกระบี่แสงหนึ่งพุ่งฝ่าฟ้าเข้ามาจากที่ห่างไกล ล้ำเส้นเข้าสู่แดนสุขาวดีอย่างไม่ลังเล และจากภายในก็ปรากฏร่างบุรุษหนึ่งออกมา
เขาสวมอาภรณ์ยาวสีขาว คาดที่เอวด้วยกระบี่ยาวเล่มหนึ่ง
ลวี่หยางเหลือบมองไปทันที คิ้วพลันขยับขึ้นเล็กน้อย แม้อีกฝ่ายจะเก็บเร้นกระแสพลังไว้อย่างมิดชิด มิให้ปราณและวิชาเทพเผยออกมา แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของเขาในยามนี้ได้
ทองคำคมกระบี่…
ผู้มาเยือนผู้นี้ก็บรรลุถึงขั้นวางรากฐานสมบูรณ์เช่นกัน ครอบครองวิชาเทพห้าสายที่ยังมิได้สำแดงออกมา โดยมีห