นกลุ่มเล็ก ๆ ก็รวมตัวกันอย่างรวดเร็ว แล้วจัดทีมเดินหน้าต่อไป
เทพหญิงมองกองทัพที่กำลังจากไปด้วยความกังวล ไม่รู้จะขอความช่วยเหลืออย่างไรดี
“เด็กโง่ ไปเถอะ อาการบาดเจ็บของฉัน ฉันเข้าใจดี ปล่อยให้ฉันจากไปอย่างสงบตรงนี้เถอะ” เทพชราถอนหายใจ
“ไม่! ฉันทำไม่ได้!” เทพหญิงส่ายหน้าอย่างแน่วแน่
“เด็กคนนี้ ทำไมถึงไม่ฟังคำพูดของฉันอีกแล้ว ตอนแรกเธอสัญญากับฉันไว้ยังไง” เทพชราพูดอย่างร้อนรน
“แต่ว่า…”
เทพหญิงกัดริมฝีปาก ยังคงส่ายหน้า
“เฮ้อ~ ทุกอย่าง เป็นเรื่องของโชคชะตาทั้งนั้น!”
เทพชราผมขาวหลับตาลง
“พวกคุณ จะไปหรือไม่?”
ประโยคหนึ่งดังขึ้นที่หูของทั้งสอง เทพหญิงหันไปมองด้วยความตื่นเต้น เห็นเทพหนวดดกคนหนึ่งกำลังมองเธอด้วยสายตาซับซ้อน
“คุณ?”
เทพหญิงมองเทพหนวดดกด้วยสายตาเป็นประกาย เทพหนวดดกยิ้มขมขื่นแล้วพูดว่า
“เดิมทีฉันไม่เชื่อในมนุษยธรรมแล้ว แม้แต่ความผูกพันในครอบครัวฉันก็ไม่ไว้ใจ ไม่คิดว่าคุณจะทำให้ฉันซาบซึ้งอีกครั้ง!”
“ท่าน คุณ… คุณช่วยฉันได้ไหม?” เทพหญิงวิงวอน
เทพหนวดดกล้วงผลึกสีขาวก้อนหนึ่งจากอกเสื้อโยนให้เทพหญิง
“นี่คือผลึกแสงสว่าง พลังงานข้างในเหลือไม่มากแล้ว แต่เพียงพอที่จะช่วยให้พวกคุณไปถึงเมืองเสือคำราม ตอนนั้นค่อยหาเทพแห่งแสงสว่างมารักษาต่อ”
เทพหญิงทันทีเหมือนนักบุญ ใบหน้าเปล่งประกายสว่าง
“ท่าน ขอบคุณ ขอบคุณท่าน!”
เทพหญิงถือผลึกแสงสว่างไว้ รีบกระตุ้นพลังภายใน ทันใดนั้นแสงสว่างนุ่มนวลก็ห่อหุ