!”
“รับทราบ!”
เมื่อได้ยินพี่ใหญ่พูด ทั้งสองก็ไม่กล้าชักช้า รีบปรับลมหายใจและเข้าประจำตำแหน่งทันที
ทั้งสามคนจัดรูปแบบเป็นตัววี กระจายพลังงานและบิดเป็นเชือก มองไปข้างหน้าด้วยท่วงท่าที่น่าเกรงขาม
อีกด้านหนึ่ง…
“บ้าฉิบ! บ้าฉิบ! บ้าฉิบ!”
ปู้โสวอี้สบถไม่หยุดขณะที่วิ่งหนี ไม่กล้าหยุดหรือแม้แต่จะหันกลับไปมอง
เหตุผลที่เขาสามารถวิ่งได้เร็วทั้งที่บาดเจ็บสาหัส ก็เพราะใช้พลังชีวิตเกินขีดจำกัด
แต่เห็นได้ชัดว่าตอนนี้พลังชีวิตใกล้จะหมดและความเร็วก็ค่อยๆ ลดลงแล้ว ปู้โสวอี้จึงหันกลับไปมอง
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ข้างหลังและไม่มีใครไล่ตามมา เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
แม้ว่าการหลบหนีครั้งนี้จะต้องแลกด้วยราคาที่แสนแพงแต่ก็คุ้มค่าตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่
“เสียดายอูจงเลี่ยงชะมัด คราวหน้าคงไม่มีใครมารับผิดแทนแล้ว…”
คิดได้ดังนั้นปู้โสวอี้ก็อดรู้สึกเสียดายไม่ได้
เขาหันหลังและกำลังจะวางแผนขั้นต่อไป แต่พอเงยหน้าขึ้นร่างทั้งร่างก็แข็งค้างทันที
ม่านตาหดเกร็งอย่างรุนแรงราวกับเจอแสงจ้า
หัวใจของเขาเต้นข้ามไปหลายจังหวะ หนังศีรษะชาวูบและขนลุกซู่ทั่วร่าง
ตรงหน้าเขา พี่น้องฝาแฝดสามคนที่มีความสูง รูปร่าง และหน้าตาคล้ายกันยืนอยู่ไม่ไกล
และจากการวัดระดับพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของพวกเขา แต่ละคนก็ไม่ได้อ่อนแอไปกว่าตัวเขาในช่วงที่แข็งแกร่งที่สุดเลย!
เมื่อปู้โสวอี้เปิดแผนที่เกาะขึ้นมาดู เขาก็รู้สึกเย็นวาบที่หัวใจ
สามคนตรงหน้า