วบรวมพวกแกพวกนี้มาได้อย่างไร แต่เขาก็ไม่สนใจเลยสักนิด ไม่เพียงแค่เยชวงเยวกับเจียงเยวหลี่ แม้แต่เจียงเยวซีก็สามารถกวาดพวกเขาทั้งหมดได้เช่นกัน
“สวีเชอ อย่าได้หยิ่งผยองไป” ดวงตาเย็นชาของหลิวปอวาววับ “ในเมื่อมันมาถึงจุดนี้แล้ว ฉันจะเมตตาบอกให้รู้ไว้ว่า เมื่อไม่กี่วันก่อนมีลูกศิษย์สามคนย้ายมาเรียนที่ห้องของฉัน และลูกศิษย์สามคนนี้คือยอดอัจฉริยะของเมืองชิงเฉิง!”
ถึงตรงนี้หลิวปออดไม่ได้ที่จะเม้มปาก “และพวกเขาคืออัจฉริยะที่เพิ่งจะทะลวงถึงระดับหนึ่งขั้นแปดเมื่อไม่นานมานี้!”
หลังจากพูดจบ หลิวบอก็หรี่ตามองสวีเชอราวกับต้องการเห็นความตื่นตระหนกในดวงตาของอีกฝ่าย แต่น่าผิดหวังที่สีหน้าของสวีเชอยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
ทำไมเขาถึงไม่ตอบสนองเลย?
คิ้วของหลิวปอขมวดเป็นปมทันที และเขาไม่ทันสังเกตสีหน้าของสวีเชอที่มองเขาราวกับมองคนโง่
เป็นอะไรไหม? ระดับหนึ่งขั้นแปด?
ตอนนี้ระดับหนึ่งขั้นแปดไม่สามารถต้านทานเจียงเยวซีได้แม้แต่ยกเดียว และจะถูกโล่ฟาดจนสลบได้ในทันทีด้วยซ้ำ
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง สวีเชอก็ยิ้มขึ้นมาทันที “ในเมื่อคุณบอกความลับให้ผมฟัง ผมก็จะบอกความลับให้คุณสักอย่างเช่นกัน”
สวีเชอค่อยๆ เคลื่อนเข้าใกล้หูของหลิวปอ พูดด้วยเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน
“ใบมีดสุญญากาศของลุงหลิวมีพลังโจมตีสูงดีนะ แต่การป้องกันของเขานั้นแย่เกินไปหน่อย เขาตายหลังจากโดนต่อยไปแค่ไม่กี่หมัดเอง”
พูดจบ สวีเชอก็หมุนตัวไปหาที่นั่งโดยไม่แ