บทที่ 442 สะท้านสะเทือนทั่วใต้หล้า
เจียงหนาน นิกายกระบี่
ในอาณาเขตตระกูลเย่ ยามนี้ก็ยังคงเป็นภูเขาศพทะเลโลหิต ลวี่หยางยืนอย่างสงบอยู่กลางทะเลโลหิต เงียบงันรับรู้สภาพของตนเองในยามนี้
รัศมีขาวนวลดุจหยกจับตัวเป็นวงแหวนอยู่เบื้องหลัง แตกแขนงเป็นลายประดุจใยแมงมุมออกไปรอบทิศ เชื่อมโยงเขาเข้ากับฟ้าดินแนบแน่น ก่อเกิดเป็นกระแสพลังที่ผู้คนอดมิได้ต้องคุกเข่า ก้มศีรษะ เหนือโลกียะ ราวช่วงชิงแสงสว่างทั้งปวงในฟ้าดิน
นี่แหละคือตำแหน่งมรรคผลทองคำเทียม
ลวี่หยางทอดตามองรอบด้าน เพียงรู้สึกว่าผืนฟ้าดินตรงหน้านั้นเปราะบางยิ่งนัก ราวกับเพียงความคิดหนึ่งก็สามารถฉีกทำลายได้โดยง่าย
วินาทีถัดมา ฟ้าดินพลันหลั่งรัศมีลงมา
กระแสพลังไร้รูปแผ่ซ่านออกไป นี่คือพลังที่อยู่เหนือโลกีย์อย่างแท้จริง ระดับชั้นสูงส่งเกินปวงชนทั้งหลายอย่างไม่อาจเทียบ
ยามนี้แม้ไม่ต้องให้ลวี่หยางจงใจ ฟ้าดินกลับตอบรับเจตจำนงของเขาโดยตัวเอง ฟ้าที่เคยเมินเฉยและเต็มไปด้วยแรงอาฆาต บัดนี้กลับส่งความใกล้ชิดอย่างแรงกล้า รัศมีที่หลั่งลงโอบล้อมกายเขา สว่างไสวถึงที่สุด
หมู่เมฆดำโดยรอบพลันเริ่มปั่นป่วน
ครานั้น เหล่าผู้บ่มเพาะขั้นวางรากฐานลงไปจนถึงปุถุชน ล้วนเงยหน้ามองไปทางนิกายกระบี่อย่างไม่รู้ตัว แล้วคุกเข่าก้มกราบโดยมิอาจห้ามตน
ดอกไม้ นก ปลา แมลง
ภูผา สายน้ำ หญ้าไม้
ในห้วงยามนี้ สรรพสิ่งล้วนส่งความปรารถนาดีอย่างแรงกล้ามายังลวี่หยาง โอบล้อมเขาไว้ตรงกลาง