งจากนั้น เจียงเยวซีก็รีบเสริมว่า “จริงๆ แล้วเหตุผลหลักคือฉันไม่อยากให้เธอแซงหน้าฉันไปมากเกินไปต่างหาก!”
“อ๋อ… ที่แท้ก็อย่างนี้นี่เอง” สวีเชอพูดอย่างล้อเลียน
“จริงๆ นะคะ! ฉันพูดจริงๆ!” เจียงเยวซีกำมือแน่น
“ได้ๆ ฉันเชื่อเธอ”
สวีเชอพยักหน้าซ้ำแล้วหันไปมองที่เยชวงเยว “เธอเชื่อไหม?”
เยชวงเยวเม้มปาก “อืม…”
เจียงเยวซีรู้สึกอับอายมาก
“อาจารย์คะ ฉันไม่จำเป็นต้องให้เจียงเยวซีมาอยู่เป็นเพื่อนหรอก ฉันทำเองได้”
เจียงเยวหลี่ส่ายหน้าปฏิเสธและมองไปที่เจียงเยวซีด้วยแววตาที่มีความเอ็นดูอยู่บ้าง ซึ่งแทบจะไมเคยเห็น
“โอเค ฉันเข้าใจแล้ว”
สวีเชอโบกมือและพูดว่า “ฉันจะปล่อยให้เธอเข้าไปในถ้ำปีศาจเขาเก้ายอดคนเดียวได้ยังไง? พวกเรากลับไปที่ฐานเสบียงแล้วแลกคะแนนกันก่อนดีกว่า เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เดี๋ยวฉันจะพาเธอมาที่นี่เอง”
เจียงเยวหลี่อยากจะพูดอะไรเพิ่มเติมแต่ถูกสวีเชอขัดจังหวะ “เอาละ ตกลงตามนี้ ไปกันเถอะ!”
สองชั่วโมงต่อมา ในห้องฝึกฝนที่ฐานเสบียงถ้ำปีศาจเขาเก้ายอด
ในฐานะที่เป็นฐานเสบียงอย่างเป็นทางการ คุณแค่จ่ายเงินจำนวนเล็กน้อยก็สามารถใช้ห้องฝึกฝนที่ตกแต่งอย่างดีได้
ท้ายที่สุดแล้ว การที่ต้องหาที่ที่สงบเพื่อหยั่งรู้บางสิ่งในระหว่างการทดสอบนั้นเป็นเรื่องปกติมาก
หลังจากแลกเปลี่ยนเลือดของสัตว์อสูรขั้นสี่อย่างมังกรโคโมโดให้กับเยชวงเยว และจัดการให้ทั้งสามคนเข้าสู่สมาธิแล้ว สวีเชอก็เข้าไปในห้องฝึกฝนด้ว