เหนือเมืองเผิง มีร่างสองร่างกำลังพุ่งทะยานผ่านไป คนหนึ่งมีใบหน้าสี่เหลี่ยมและผิวคล้ำ ส่วนอีกคนมีหน้าผากเป็นมันวาวและกำลังขี่สัตว์ประหลาดตัวหนึ่ง ทั้งสองคนก็คือจวงเหยียนและหลิวซื่อเหวยที่รีบเร่งจากเมืองเผิงไปยังเมืองชิงเฉิงเพื่อให้การสนับสนุน
“หลิวซื่อเหวย ทำไมนายถึงมาเร็วขนาดนี้? อาจารย์ใหญ่เพิ่งแจ้งฉัน และนายก็มาถึงไม่นานหลังจากนั้น ถึงแมนายจะมีไป๋เสวี่ย แต่การเดินทางจากเมืองอวีเฉิงมาเมืองเผิงก็ต้องใช้เวลาบ้างสิ ใช่ไหม?”
จวงเหยียนมองหลิวซื่อเหวยอย่างสงสัย รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติแต่บอกไม่ถูกว่าคืออะไร ยังไงก็รู้สึกแปลกๆ
“ก็ฉันตรวจสอบเสร็จแล้ว กำลังคิดจะกลับไปพร้อมกับนาย ใครจะรู้ว่าช่างบังเอิญที่โรงเรียนศิลปะการต่อสู้จะให้พวกเราไปเมืองชิงเฉิงด้วยกัน”
มุมปากของหลิวซื่อเหวยโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ “ว่าแต่นายตรวจสอบอัจฉริยะของเมืองเผิงแล้วเป็นยังไงบ้าง? ผ่านไหม?”
“ก็ไม่เลว ถือว่ายอดเยี่ยมในบรรดาอาจารย์ใหม่ในหลายปีที่ผ่านมา” จวงเหยียนอดยิ้มไม่ได้ “แล้วนายละ?”
“โชคของฉันไม่ดีเทานาย” หลิวซื่อเหวยถอนหายใจเบาๆ “ถือว่าผ่านเกณฑ์ แต่เมื่อเทียบกับอาจารย์ใหม่ในอดีตก็ถือว่าอยู่ในระดับปานกลางเท่านั้น”
เมื่อได้ยินแบบนั้นรอยยิ้มของจวงเหยียนก็ยิ่งกว้างขึ้น น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความสะใจเล็กน้อย “ปานกลางก็ไม่เลวนะ ยังดีกว่าต่ำกว่าเกณฑ์ ยังไงซะนี่ก็เป็นแค่อาจารย์ชั้นมัธยม คงไม่มีอัจฉริยะมากมายหรอก ใ