ช่ไหม?”
หลังพูดจบ จวงเหยียนก็เตรียมใจทันทีที่จะเผชิญกับการระเบิดอารมณ์ของหลิวซื่อเหวย จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ตอนนี้หลิวซื่อเหวยต้องใกล้จุดเดือดแล้วแน่ๆ
แต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดคือหลิวซื่อเหวยไม่โกรธเลยสักนิด และยังมีรอยยิ้มที่น่าขนลุกบนใบหน้า
“หือ?” จวงเหยียนรู้สึกได้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ สัญชาตญาณบอกเขาว่าไอ้แก่หลิวซื่อเหวยต้องปิดบังอะไรบางอย่างจากเขาแน่ๆ และเป็นไปตามคาด วินาทีถัดมาหลิวซื่อเหวยก็ลูบหัวล้านของตัวเองพร้อมสีหน้าสะเทือนใจ
“ใช่ ยังไงซะก็ไม่ค่อยมีอัจฉริยะมากนักอยู่แล้ว แต่… ในที่สุดฉันก็ได้พบกับอัจฉริยะตัวจริงเสียที!”
ตึกตัก! ตึกตัก!
หัวใจของจวงเหยียนเต้นข้ามจังหวะและจมดิ่งลงทันที “หมายความว่ายังไง? อัจฉริยะตัวจริงอะไรกัน?”
“โธ่! ดูปากฉันสิ ดันพลั้งปากพูดออกไปโดยไม่ตั้งใจ” เมื่อสังเกตเห็นสีหน้าของจวงเหยียน หลิวซื่อเหวยก็รู้สึกดีใจราวกับได้กินน้ำผึ้ง
“ช่างเถอะๆ ในเมื่อนายรู้ทุกอย่างแล้ว ฉันก็ไม่ปิดบังนายหรอก ตอนที่ฉันไปตรวจสอบอาจารย์ระดับสามที่เมืองเผิง… แถวๆ เมืองอวีเฉิง ฉันบังเอิญได้พบกับเด็กที่มีพรสวรรค์ด้านการควบคุมสัตว์วิเศษคนหนึ่ง!”
‘การควบคุมสัตว์วิเศษเหรอ?’ จวงเหยียนคิดในใจ “พรสวรรค์ของเขาสูงแค่ไหน?”
“จริงๆ ก็ไม่ได้สูงอะไรมาก แค่พอใช้ได้” แม้จะพูดแบบนั้น แต่หลิวซื่อเหวยก็ไม่อาจซ่อนความภาคภูมิใจบนใบหน้าได้ “แค่ไม่กี่ชั่วโมง ก็ได้รับความไววางใจจากไป๋เสวี่ยแล้ว”
“