้แต่ตัวเขาเองยังไม่เชื่อเลย แต่มันก็ไม่สำคัญอีกต่อไป ในเมื่อได้ยาขยายเส้นลมปราณมาโดยไม่ต้องเสียเงินสักบาทก็นับว่าสมบูรณ์แบบแล้ว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขาไม่คาดคิดคือเซียเติ้งดูเหมือนจะเชื่อเขาจริงๆ เขาใช้มือขวาลูบเคราโดยไม่รู้ตัว สีหน้าเปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็ว คิ้วขมวดเป็นปม ‘เขาคงไม่เชื่อจริงๆ หรอกนะ…’ สวี่เชอรู้สึกว่าลำคอของเขาแห้งผาก
“ความรู้สึก… ธุรกิจพืชวิเศษ…”
เขาพึมพำกับตัวเอง ดวงตาของเซียเติ้งบางครั้งก็สับสน บางครั้งก็เป็นประกาย เวลาผ่านไปทีละนาที เซียเติ้งจมอยู่กับความคิดและไม่ขยับเขยื้อน เซียเติ้งไม่พูดอะไร ไมค์และสวี่เชอจึงได้แต่ยืนมองอยู่ตรงนั้น ในขณะที่สวี่เชอกำลังจะหมดความอดทน ม่านตาของเซียเติ้งก็สั่น “ข้าเข้าใจแล้ว!”
ขณะพูดสายตาของเขาจับจ้องที่สวี่เชอ ดวงตาเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นราวกับกำลังมองสมบัติล้ำค่า
“มีอะไรหรือครับ?”
เมื่อถูกเซียเติ้งจ้องมองแบบนั้น สวี่เชอนึกถึงคนหนึ่งขึ้นมาทันที นั่นคือเจียงเทียนหยาง สีหน้าของเจียงเทียนหยางในตอนนั้นเหมือนกับสีหน้าของเซียเติ้งในตอนนี้ทุกประการ เขาไม่อาจไม่คิดมากได้เลย
“เสี่ยวไมค์ ที่นี่ไม่มีอะไรให้เจ้าทำแล้ว ลงไปทำงานของเจ้าเถอะ”
สังเกตเห็นไมค์ที่ยืนอยู่ข้างๆ สวี่เชอ สีหน้าของเซียเติ้งกลับเป็นปกติและสั่งให้เขาออกไปทันที
“ได้ครับ”
แม้จะอยากรู้อยากเห็นแทบแย่ แต่เขาก็ไม่กล้าขัดคำสั่งของท่านเซีย หลังจากมองที่สวี่เชออย่างพินิจพิเครา