จนดวงตาเต็มไปด้วยความดุร้าย ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เขาเห็นตรงหน้าและตะคอก “นางไม่มีทางขึ้นไปถึงชั้นที่เก้า! เพราะแม้แต่อวิ๋นจั่นก็ขึ้นไปไม่ถึง นางจะขึ้นไปถึงได้อย่างไร”
เสียงของเขาค่อนข้างดัง และทันทีที่เปล่งออกมา ไม่ว่าจะเป็นผู้ฝึกฝนหรือเหล่าภูตของเมืองเทียนตี้ ล้วนมองดูเขาเสมือนกับเป็นคนโง่เขลาเบาปัญญานัก
“หรือว่าประสกผู้นี้สายตาไม่ค่อยดี หญิงงามทรงเสน่ห์ยืนอยู่บนนั่น ประสกกลับมองไม่เห็น” ดวงตาที่จริงใจของอินฮูเผยความเห็นอกเห็นใจ
“เจ้า!” อวิ๋นถังจ้องเขม็งไปที่อินฮูด้วยความโกรธ
อินฮูกลับหัวเราะอย่างไม่ยี่หระ “ทำไมรึ อาตมาเป็นพระมหาไม่เคยเห็นทหารและแม่ทัพสวรรค์ของเมืองเทียนตี้มาก่อน หรือประสกจะเมตตาเสียสละตน เพื่อเป็นบุญตาให้กับพวกเราทุกคน”
“ไอ้พระเลว รนหาที่ตายรึ!” อวิ๋นถังกล่าวอย่างฉุนเฉียว
“อย่าหงุดหงิดเพราะคำพูดของผู้อื่น” เสียงของอวิ๋นจั่นดังขึ้น ราวกับน้ำแข็ง ดับความเร่าร้อนและความโกรธในใจของอวิ๋นถัง
ทันใดนั้น อวิ๋นจั่นค่อยๆ เบนสายตาเหลือบมองอินฮูอย่างช้าๆ
ความเฉยเมยและความเยือกเย็นในดวงตาของเขาเพียงพอที่จะทำให้คนๆ หนึ่งหยุดนิ่ง แต่อินฮูยังคงยิ้มอย่างเริงร่า ราวกับว่าไม่เข้าใจคำเตือนจากดวงต