อหลุกหลิกไปมา ดูเหมือนกำลังคิดอยู่
“ไม่อยู่หรือ” เจียงหลีพูดด้วยความแปลกใจ
คุนอู๋กลับหัวเราะ “ซือจุนไม่อยู่ แต่ท่านถอดกายทิพย์เพราะมีธุระสำคัญจะสั่งเจ้า”
“…” เจียงหลีพูดไม่ออกเพราะกำลังตกใจกับคำพูดของคุนอู๋
“ศิษย์พี่สาม ที่ท่านไปหาข้าที่จยาเซียน ท่านมีจุดประสงค์อื่นอีกใช่หรือไม่” ในที่สุด เจียงหลีก็เป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน
นางไม่อยากให้คนรอบข้างเป็นห่วง
คุนอู๋ยังคงไม่หยุดฝีก้าว ใบหน้ารูปงามของเขาประกอบกับรอยยิ้มทำให้คนหวั่นไหว “เจ้าฉลาดจะตาย น่าจะเดาออกนะ”
เจียงหลีกระตุกมุมปากและพึมพำ “ข้าไม่เป็นไร ข้าสบายดี”
“อืม ข้าก็คิดเช่นนี้เหมือนกัน” คุนอู๋พยักหน้าเห็นด้วย
เอ่อะ!
เจียงหลีหันขวับไปมองเขา
ศิษย์พี่สามคนนี้มักจะพูดหรือทำอะไรไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่องสักเท่าไร
“หลังจากที่เจียงเฮ่ากลับมา เขามาที่ตำหนักเย่าเพื่อพบเราสามคน แล้วเล่าเรื่องเจ้าตอนอยู่จยาเซียนให้ฟัง แล้วยังเผยอีกว่า ในหนึ่งปีมานี้เจ้ามีนิสัยเปลี่ยนไป แต่พวกเขาไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น แล้วเจ้าก็เป็นคนไม่พูดมากอีก จนสุดท้าย เขาก็กลับไปพร้อมความเป็นห่วง” คุนอู๋พูดช้าๆ
เจียงหลีฟังเงียบๆ ด้วยความรู้สึกผิด “เพราะข้าทำให้พวกเขาเป็นห่วง”
คุนอู