ล้อมและปราบปรามของกลุ่มอำนาจต่างๆ เขาคงไม่รอดมาจนถึงตอนนี้หรอก” ฉิงเวิ่นหัวเราะเบาๆ
เจียงเฮ่ายิ้มจางๆ แล้วเสียดสีคำพูดของนาง “นั่นเป็นเพราะว่าตอนนั้น ผู้อาวุโสมิได้มีใจคิดที่จะล้มล้างสำนักหลีหุนจงต่างหาก”
ฉิงเวิ่นชะงัก เหยียดยิ้มโดยไม่เอ่ยสิ่งใด
“ตอนนี้ หลังจากที่สำนักหลีหุนจงแพ้ราบคาบ เพื่อเป็นการแก้แค้นจยาเซียน แม้กระทั่งคนในราชวงศ์ยังถูกเอามาทำเป็นหุ่นเชิดศพ ทำเรื่องชั่วช้าสามานย์เช่นนี้ สวรรค์ต้องไม่ให้อภัยแน่ๆ” เจียงเฮ่ากล่าว
ฉิงเวิ่นหัวเราะแล้วกล่าวเยาะเย้ย “ท่านกับข้าต่างเป็นผู้ฝึกยุทธ์ แต่การฝึกยุทธ์ในโลกมนุษย์นั้นขัดต่อกฎสวรรค์ คำกล่าวที่ว่าสวรรค์ไม่ให้อภัยคงไม่ต้องพูดถึงแล้วล่ะ สรุปก็คือ สำนักหลีหุนจงหาล่วงเกินคนที่ไม่สมควรล่วงเกินด้วย มีเหตุผลที่ว่าไม่กำจัดไม่ได้”
ในคำพูดของนางมีนัยแอบแฝง
แววตาของเจียงเฮ่าวูบไหว แล้วเขาก็ไม่เอ่ยสิ่งใดต่อ
“หากต้องการจับตัวกุ่ยชื่อ ข้ามีความมั่นใจว่าทำได้ แต่ข้าต้องยอมรับว่าข้าไม่มีความสามารถฆ่าเขาให้ตาย แล้วเมื่อไหร่เจียงหลีจะมาถึง” ฉิงเวิ่นถามตามตรง
“ใกล้แล้ว” เจียงเฮ่าตอบห้วนๆ
ฉิงเวิ่นไม่ถามให้มากความอีก นางมองไปที่ล่วนจั้งกั่งแล้วพูดขึ้น “เช่นนั้นเราบุกล