ตู้มมม!
เสียงระฆังดังขึ้นอีกครั้ง
ที่ขอบของเวทีประลอง ผู้คนนั่งเต็มไปหมด เหลือเพียงคนของจยาเซียนที่ยังมาไม่ถึง
เมื่อเห็นว่าใกล้จะถึงเวลาของการประลอง แต่ยังไม่เห็นแม้แต่เงาคนของจากจยาเซียน ฝูงชนที่มารอดูการประลองก็อดไม่ได้เริ่มวิพากษ์วิจารณ์…
“คนจากจยาเซียนล่ะ”
“ไม่รู้สิ! การประลองใกล้เริ่มขึ้นแล้ว คนของสำนักหลีหุนจงก็มาถึงแล้ว ทำไมเป็นฝ่ายผู้ท้าเองที่ไม่เห็นแม้แต่เงา”
“ไม่ใช่ว่าอยู่ๆ ก็กลัวขึ้นมา แล้วหนีไปแล้วนะ”
“ไม่หรอกมั้ง! หากเป็นเช่นนี้ พวกเราจะไม่ถูกจยาเซียนหลอกหรือ กว่าจะได้ตั๋วเข้าชมการประลองครานี้ ข้าเสียหินวิญญาณไปตั้งห้าสิบก้อน!”
“เจ้าแค่ห้าสิบก้อน ข้าเสียไปแปดสิบ”
“ข้าเสียไปตั้งร้อยหนึ่ง ยังไม่โวยวายอะไรเลย”
“อย่างไรก็ตาม ถ้าจยาเซียนไม่กล้ามา เราก็รวมกลุ่มกันไปจยาเซียน ขอหินวิญญาณที่หลอกเราคืน!”
“ใช่ ถูกต้อง!”
“…”
บริเวณอัฒจันทร์ชมการประลอง มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมากมาย และบางครั้งก็มีคำพูดไม่ดีลอยไปถึงบริเวณด้านหน้า
ประมุขของไท่อีเหมินฟังเงียบๆ ดวงตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างคาดเดาไม่ได้
“ท่านประมุข” ผู้อาวุโสข้างๆ กระซิบ
ท่านประมุขของไท่อีเหมินยกมือขึ้นและส่ายหัวช้าๆ เพื่อหยุดเขาไม่ให