เต้นแรงและมองไปยังคนที่กำลังมา
มู่ชิงเหยียนเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าไหวปี้ แม้ว่าทั้งสองคนจะไม่รู้จักกัน แต่นางยังคงพูดกับไหวปี้ด้วยใบหน้าที่จริงจัง “ประมุขเซียนของข้าขอให้บอกว่า หลังจากชนะสำนักหลีหุนจง จ จะไปที่วังเวิ่นฉิงด้วยตัวเอง เพื่อเยี่ยมท่านประมุข ถึงเวลานั้น ขอให้ธิดาศักดิ์สิทธิ์ชี้แนะด้วย”
พูดจบ มู่ชิงเหยียนก็หันหลังเดินจากไป
ไหวปี้ตกตะลึงอยู่ที่เดิม ทบทวนสิ่งที่มู่ชิงเหยียนพูดในใจ ไม่รู้เหตุใด แก้มของนางกลายเป็นสีแดงอย่างไม่รู้สาเหตุ
“นางต้องการพบท่านประมุขรึ”
“นี่ไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือ นางคิดว่าจยาเซียนจะชนะได้หรือ”
ลูกศิษย์ของวังเวิ่นฉิงเย้ยหยันความมั่นใจของจยาเซียน
“ถ้าสำนักหลีหุนจงจัดการง่ายนัก เราจะสู้กันมาตั้งหลายปีหรือ”
“หึๆๆ ไม่เป็นไร ให้พวกนางลองดู พวกนางจะเข้าใจเองว่ากลุ่มอำนาจระดับกลางคืออะไร”
“โอ้ย ข้าแค่เสียดายชายพวกนั้นหน่ะ หล่อเหลากันหมด แต่กลับไปเจอประมุขเซียนแบบนั้น และก้าวสู่หนทางที่ไม่อาจหวนคืนได้”
“…”
การเยาะเย้ยที่ดังขึ้นอยู่ข้างหลังไหวปี้ ทำให้หัวใจของนางสงบลง
“หุบปาก! นางเป็นคนที่พวกเจ้าสามารถพูดลับหลังได้หรือ” เสียงของไหวปี้ดังขึ้นดุว่าลูกศิษย์สำนักเดียวกัน