ูดลมหายใจเข้า ผลักคุนอู๋ลงไปกองกับพื้น
แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้เข้าสู่อาณาเขตหลิงอู่ด้วยร่างจริง แต่ก็รับรู้ได้ถึงความเจ็บปวด! ยิ่งกว่านั้นเพราะเป็นกายวิญญาณ ความเจ็บปวดจึงทวีคูณขึ้นหลายเท่า
เหงื่อเย็นบนหน้าผากของมู่เหยี่ยนฉือไหลหยด เม้มริมฝีปากแน่นจนกลายเป็นสีขาวซีดไปบ้างแล้ว
“ไอ้หยา ดูเหมือนข้าจะออกแรงมากไปหน่อย” คุนอู๋ยืนขึ้น ขมวดคิ้วและกล่าวโทษตัวเอง แต่ในน้ำเสียงนั้น มีการตำหนิตัวเองอยู่ที่ไหนกันเล่า
มู่เหยี่ยนฉือหันศีรษะและมองไปที่คุนอู๋ เก็บซ่อนความโกรธไว้ในดวงตา อย่างไรก็ตาม ความโกรธยังไม่ทันได้ปะทุก็ดับมอดไปอีกครั้ง หลังจากนึกถึงเหตุการณ์ชั่วครู่ที่อีกฝ่ายช่วยชีวิต ตตนไว้
“ตกลงท่านต้องการจะทำอะไรกันแน่” มู่เหยี่ยนฉือสูดหายใจเข้าลึกๆ อดกลั้นจนเส้นเลือดสีเขียวบนหน้าผากแทบจะระเบิดแล้ว
“ไม่มีอะไรนี่นา!” คุนอู๋พูดด้วยสีหน้าของผู้บริสุทธิ์
“นี่ท่าน!” มู่เหยี่ยนฉือเม้มริมฝีปากแน่นและจ้องมองเขา
“ศิษย์พี่สาม เราควรไปกันได้แล้ว” เมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า ในที่สุดเจียงหลีก็เอ่ยขึ้น
คุนอู๋พยักหน้าและถามด้วยรอยยิ้ม “ศิษย์น้องเล็ก แรดตัวนี้น่าเกลียดเกินไป ข้าไม่อยากได้ เจ้าคิดว่าทำอย่างไรดี”
“ในเมื่อศิษย์พ