“…”
คำพูดและความตั้งใจที่มั่นใจของเขาทำให้เจียงหลีตะลึงงัน
“ใจเย็นๆ นะใจเย็นๆ” เจียงหลีเอ่ยกับไหสุราที่สั่นไปมาบนโต๊ะ
“เจียงหลี ช่วยข้าเถิดนะ” เมื่อไหสุราหยุดสั่นไปมา แต่กลับมีเสียงของเว่ยจี๋ดังขึ้นมาเพื่ออ้อนวอนอย่างไม่ลดละ
เจียงหลียิ้มเจื่อนอย่างปล่อยวาง “ข้าจะช่วยเจ้าได้อย่างไร ศิษย์พี่ใหญ่ก็มองไม่เห็นเจ้า เจ้าไปฝากตัวเป็นศิษย์ได้อย่างไร จะว่าไป ข้าจะอธิบายถึงการมีอยู่ของเจ้ากับศิษย์พี่ใหญ่อย่า างไร”
“ข้ามีวิธี” เว่ยจี๋เอ่ย
“วิธีอะไร” เจียงหลีชะงักไป
เว่ยจี๋เอ่ยต่อ “ขอแค่เพียงข้าอยู่ไม่ห่างจากไหสุราเกินหนึ่งจั้ง[1] ก็จะไม่มีปัญหาอะไร เช่นนี้ เจ้าก็หาเวลาวันหนึ่ง หาข้ออ้างไปดูเขากลั่นสุรา จากนั้นก็นำไหสุราไปวาง ในจุ ดที่ข้าจะมองเห็นเขากลั่นสุราได้อย่างไรเล่า”
“นี่ไม่ได้เรียกว่าฝากตัวเป็นศิษย์แล้ว นี่มันเรียกการขโมยวิชา” เจียงหลีกลอกตา
“เจ้าไม่ต้องสนใจเรื่องพวกนี้หรอก” เว่ยจี๋กลับไม่เห็นด้วย “เจ้าก็แค่นำไหสุราไปวางไว้ตรงสถานที่ที่เขากลั่นสุรา เช่นนี้ข้าก็จะสามารถดูเขากลั่นสุราได้ตลอดเวลา”
“จะเป็นไปได้เช่นไร” เจียงหลีคัดค้าน “เจ้าอย่าลืมว่าทำไมข้าถึงพาเจ้ากลับมาด้วย”
“ไม่ลืม! ถึงอย่างไรตอนนี้เจ้