ียว และเจ้าแค่โชคดีเลยเอาชนะข้าได้ก็เท่านั้น”
“สู้กันจนเจ้ากระอักเลือด ลอยออกจากสนามประลอง ยังบอกว่าข้าโชคช่วยอย่างนั้นหรือ” เสิ่นฉงดูเหมือนจะตกใจมากและพยักหน้าด้วยความตื่นตระหนก “คำพูดที่ออกจากปากของคนป้อมปราการเฟยอว วิ๋น ช่างฟังดูไพเราะเสียจริง! แต่ขัดกับข้อเท็จจริงไปเสียหน่อย”
เหตุการณ์ของตอนนั้นถูกเสิ่นฉงเปิดโปงอย่างไร้ความปรานี ไม่ไว้หน้าอวิ๋นพั่วเทียนเลย
โดยเฉพาะศิษย์ร่วมสำนักที่เคารพเขาต่างมองเขาด้วยสายตาที่แปลกไป ตอนนี้ เขาอยากจะฆ่าเสิ่นฉงตายๆ ไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด
“เสิ่นฉง เจ้ากล้าขึ้นมาประลองกับข้าหรือไม่!” อวิ๋นพั่วเทียนท้าทายเสิ่นฉง
เสิ่นฉงยกริมฝีปากขึ้นอย่างเฉยเมยเฉกเช่นทุกวัน “ทำไมจะไม่กล้าเล่า” หลังจากพูดจบ เขาก้าวเท้าออกไป ร่างส่องแสงระยิบระยับ แล้วปรากฏตัวบนท้องฟ้า ยืนอยู่ตรงข้ามกับอวิ๋นพั่วเทียน
ผู้คนที่เพิ่งออกมาจากดินแดนผนึกมาร นึกไม่ถึงว่าจะได้เห็นการต่อสู้ที่ดุเดือดทันทีที่พวกเขาออกมา
แต่ผู้อาวุโสของพวกเขา เมื่อมองเห็นคนของป้อมปราการเฟยอวิ๋น กลับมีสีหน้าลุ่มลึก
เมื่อสองปีที่แล้ว ป้อมปราการเฟยอวิ๋นหยิ่งผยองเกินไป ช่วงชิงจำนวนคนที่กำหนดให้เข้าไปฝึกประสบการณ์ในดินแดนผนึกมารไปมากถึงสิบค