หลังจากกลับมายังใจกลางของดินแดนผนึกมาร เจียงหลี เจียงเฮ่าและคนอื่นๆ ได้พบเจอและพูดคุยกัน ทำให้พวกเขารู้สึกสบายใจที่จะติดตามวิญญาณผู้อาวุโสหลายตนเพื่อฝึกฝน ส่วนนางกลับไป ปยังห้องสุสานพร้อมกับเว่ยจี๋
เจียงหลีที่อยู่ในห้องสุสานเพียงลำพังไม่ได้ตั้งใจฝึกฝนอย่างที่เว่ยจี๋คิดไว้
นางนอนอยู่บนเตียงหิน มองดูเจ้าเปี๊ยก นิ่งเงียบเป็นเวลานาน
สายตาของเจียงหลี ทำให้หัวใจของเจ้าเปี๊ยกเต้นแรงไม่น้อย ไม่รู้ว่านางมองทะลุแล้วใช่หรือไม่
“หลิวหลี” ทันใดนั้น เจียงหลีก็พูดขึ้น
ชื่อที่เอ่ยเรียกขึ้นมา ทำให้หัวใจของเจ้าเปี๊ยกบางตัวโล่งใจเล็กน้อย
เมื่อลืมตากว้างและมองนางด้วยความน่ารัก เจียงหลีก็มองอย่างนึกตลกในใจ ใครบางคนปลอมตัวเป็นเดรัจฉานผู้น่ารัก นับวันยิ่งเลียนแบบได้เหมือนเลยทีเดียวเชียว
“หากมีปีศาจมาปรากฏตัวอีก จะทำอย่างไรกันดี” เจียงหลีถาม
“…” เจ้าเปี๊ยกรู้สึกกังวลเล็กน้อย
แต่เจียงหลีกลับกอดเขาไว้แน่นและพูดปลอบว่า “ไม่ต้องกังวลไป ไม่มีใครสามารถพรากเจ้าไปจากข้าได้”
หัวใจของเจ้าเปี๊ยกสั่นสะท้าน
เขาไม่รู้ว่าคำพูดของเจียงหลีมีความหมายอื่นอีกหรือไม่
อย่างไรก็ตาม เขารู้สึกอบอุ่นหัวใจในคำสัญญาของเจียงหลี ไม่มีใครสามารถ