อไร” รอยยิ้มของเจียงหลียิ่งยั่วยวนบาดใจมากขึ้น
“…” เว่ยจี๋ทำหน้าบูดบึ้ง แล้วจ้องไหสุราเปล่าที่อยู่ในมือเจียงหลี อันที่จริง เขาก็ไม่ได้คิดจะต่อต้านอยู่แล้ว
“จริงสิ เจ้าคิดว่า ข้าควรจะพาวิญญาณชั่วร้ายออกไปด้วยสักกี่ตัวดีล่ะ” อยู่ๆ เจียงหลีก็นึกขึ้นได้
เว่ยจี๋กลอกตาขาวใส่นาง แล้วพูดกระแนะกระแหนอย่างไรความปรานี “เจ้ารู้จักประมาณตนไหม ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าใช้มนต์ใดถึงยัดข้าลงไปในไหสุรา แต่นี่อาจเป็นอุบัติเหตุก็ได้ แล้วคงไม่เก กิดขึ้นอีก มิฉะนั้นดินแดนผนึกมารแห่งนี้ต้องวุ่นวายเป็นแน่”
“อย่างไรก็ต้องลองดูถึงจะรู้” เจียงหลีไม่ยอมถอดใจ
“เช่นนั้นเจ้าก็ลองดูสิ” เว่ยจี๋ขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงกับนางแล้ว ตอนนี้จิตใจเขาไม่สงบ ต้องการดื่มสุราสักหน่อย
เจียงหลีขมวดคิ้ว แล้วพูดกับตัวเอง “ข้าต้องลองอยู่แล้วล่ะน่า”
…
เจียงหลีออกมาจากห้องกลั่นสุราของเว่ยจี๋ แล้วกลับไปที่ห้องพักที่เรียบง่ายของนาง
จากนั้นวางไหสุราที่ดูดเว่ยจี๋เข้าไปเมื่อครู่นี้ลงบนโต๊ะหิน เจียงหลีจ้องไปที่ไหสุราลายดอกไม้สวยงามแล้วเข้าสู่ห้วงแห่งความคิด
เว่ยจี๋เล่าว่า กลองศิลาจารึกคือของวิเศษของเจ้า