ใครจะไปรู้ เจียงหลีกลับพูดว่า “ทำไมต้องทำลายกิเลสให้เจ้าด้วยล่ะ”
หืม
รอยยิ้มของเว่ยจี๋หยุดชะงัก เป็นแบบนี้อีกแล้ว ทุกครั้งที่เขาจับเป้าหมายของเจ้าเด็กสาวผู้นี้ได้ นางก็เปลี่ยนกะทันหันอีกแล้ว เข้าใจยากจริงๆ
“หรือว่าเจ้าไม่อยากออกไปจากที่นี่” เว่ยจี๋หยั่งเชิงถาม
เจียงหลีกลับหัวเราะเยาะ “เจ้าชิงไหวชิงพริบกับข้าหรือ ข้าถามจนรู้ชัดเจนตั้งแต่แรกแล้ว ขอแค่ทำลายกิเลสให้วิญญาณชั่วร้ายหนึ่งตน ข้าก็จะสามารถออกไปจากที่นี่ได้ หลายปีมานี้ ข้าทำลายกิเลสไปตั้งเท่าไหร่แล้ว ไหนเจ้าลองนับดูสิ”
พวกผีเฒ่าชั่วร้ายเหล่านั้น ต้องบอกนางจนหมดไหม! เว่ยจี๋กัดฟันก่นด่าในใจ
“เจ้าทำทุกวิถีทางเพื่ออยากรู้กิเลสของข้าให้ได้ ไม่ใช่เพื่อทำลายมันหรอกหรือ ทำไมตอนนี้เจ้าถึงถอดใจไปได้เสียเล่า” เว่ยจี๋จี้ถามนาง
คราวนี้เจียงหลีไม่พูดอ้อมค้อมอีก “หลังจากทำลายกิเลสได้ เจ้าจะหายไปตลอดกาลใช่หรือไม่”
ดวงตาเปล่งประกายคู่นั้นจ้องไปที่เว่ยจี๋ ด้วยความรู้สึกจริงจังจากใจ ทำให้แววตาเย้ยหยันค่อยๆ มลายหายไป และเข้าก็ซาบซึ้งอย่างนึกประหลาดใจ แม่ตัวแสบไร้หัวใจนี่ ทำใจให้เขาหายไปไม่ได้หรือ
“ข้ายังไม่ทันได้เรียนวิชาปลุกเสกหุ่น เจ้าจะไปได้ยังไง”
เอ่อม!
ความซาบซึ้ง