“ช้าก่อน!”
เว่ยจี๋โพล่งออกมา แต่ทว่าสายตากลับจ้องไหสุราที่เจียงหลีหอบเอาไว้ในอ้อมแขนตาเป็นมัน
อวี้ลู่เนี่ยง…
แม้ว่าเขาจะได้ลิ้มรสชาติของมันมาหลายปีแล้ว แต่เขาก็ยังคงต้านทานความหลงใหลของเขาที่มีต่อสุรานี้ไม่ได้สักที เขาถึงกับยิ่งได้ดื่มยิ่งหลงรัก
“วางเหล้าลงซะ” เว่ยจี๋เอ่ยขึ้นกับเจียงหลี
เจียงหลีขมวดคิ้ว “ข้าอยากเรียนวิชาปลุกเสกหุ่นเชิด” นางแสดงเจตนารมณ์ของตนเองอีกครั้ง
เว่ยจี๋กะพริบตาครู่หนึ่ง แต่เขาก็ไม่สามารถละสายตาไปจากสุราที่อยู่ในอ้อมแขนของเจียงหลีไปได้ ในที่สดเขาก็กัดฟัน พยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ได้! ข้ารับปากเจ้า!”
เมื่อเป็นไปตามเป้าหมาย เจียงหลีก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ
นางเดินกลับไปแล้วค่อยๆ นำไหสุราในอ้อมแขนวางลงบนโต๊ะใหม่อีกครั้ง “เจ้าดูสิ ยอมตกลงเสียตั้งแต่ทีแรกก็ดี ทำไมต้องเล่นตัวด้วย สุดท้ายเจ้าก็พยักหน้ารับปากอยู่ดีใช่ไหมล่ะ”
“เหอะ!”
เว่ยจี๋สบถเสียงเย็นใส่นาง เขาสะบัดแขนเสื้อหนึ่งครั้งก่อนจะหอบเอาเหล้าสี่ไหไว้ในอ้อมกอดแล้วหมุนตัวกลับไป
“นี่ แล้ววิชาปลุกเสกหุ่นของข้าล่ะ” เจียงหลีเตือนไล่หลังเขา
เว่ยจี๋หยุดเดินแต่ไม่หันกลับมามอง พร้อมทั้งเอ่ยขึ้นอย่างไม่ใคร่เต็มใจนัก “เริ่มพรุ่งนี้”
เ